ผอ.สพป.พร้อมให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย คดีครูตบนักเรียน ลั่นใครพูดเท็จต้องรับผิด
นครพนม ผอ.สพป.ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย สั่งผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดัง อ.นาแก แจงข้อเท็จจริง กรณียายร้องเรียนหลานสาวชั้น ป.1 ถูกครูประจำชั้นตบจนฟันร่วง เบื้องต้นไม่มีหลักฐานกระทำผิด ยันใครพูดเท็จต้องรับผิดชอบ ด้าน ตำรวจเร่งสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่พบพยานบุคคลยืนยันการก่อเหตุเตรียมส่งเด็กให้อัยการ ร่วมสหวิชาชีพสอบเพิ่มตามขั้นตอน หาข้อสรุป
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 นายอภิชัย ทำมาน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีมีข่าว ผู้ปกครองนักเรียน เป็นยาย ร้องเรียนกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ว่า หลานสาวนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ถูกครูประจำชั้น ทำร้ายร่างกายตบจนฟันร่วง และต้องการเอาผิดครูดังกล่าวให้ชดเชยเยียวยา และดำเนินการทางวินัย ล่าสุดได้สั่งการให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนรายงานชี้แจง เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานการยืนยันว่าทำร้ายจริง เป็นเพียงการกล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตามตนจะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุโดยละเอียด และพูดคุยกับครูที่ถูกกล่าวหา เป็นการยืนยันหาหลักฐานกรณีมีการกล่าวหาเกิดขึ้น ว่าผู้กล่าวหามีเจตนาอะไรที่ออกมากล่าวหาลักษณะนี้ หรืออาจเป็นการเข้าใจผิด โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าไม่ปกป้องบุคคลากรครู หากมีการกระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งความผิดทางระเบียบวินัย แต่หากบุคลากรครูไม่ได้กระทำผิด จะต้องให้ความเป็นธรรม ผู้ปกครองที่กล่าวหาจะต้องรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรครู ในการทำงาน แต่ตนมั่นใจว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิด
ทางด้าน พ.ต.อ.ภานุศักดิ์ เสมอศรี ผกก.สภ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการดำเนินคดี กรณี มีผู้ปกครอง เป็นยาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาแก เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ภายหลังทางตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุในโรงเรียน พร้อมสอบสวนพยานหลักฐาน ยังไม่มีพยานบุคคลที่ยืนยันว่ามีการกระทำผิดตามคำร้องทักข์ พร้อมได้ทำแผนที่สรุปพื้นที่จุดเกิดเหตุ รวมถึงได้ส่งนักเรียนที่อ้างว่า ถูกครูประจำชั้นทำร้ายร่างกายตบจนฟันร่วงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ยังไม่พบความชัดเจนว่ามีการถูกทำร้าย โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
อย่างไรก็ตามการที่จะเอาผิดใคร จะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ยืนยันตำรวจทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ขั้นตอนสุดท้ายจะต้องส่งเด็กนักเรียน ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ไปให้อัยการ และทีมสหวิชาชีพ สอบสวนเพิ่มเติม เพราะเป็นเยาวชน เพื่อสรุปพยานหลักฐาน ตามกระบวนการของกฎหมาย เพื่อหาข้อสรุป และความชัดเจนเกี่ยวกับคดีนี้