เครือข่ายกลุ่มต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่กว่า 300 คนบุกศาลากลาง​ ยื่นรายชื่อชาวบ้านคัดค้านผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ไฟเขียวทุนต่างชาติทำเหมืองแร่

ภูมิภาค1 มิ.ย. 2562 • 20:22 น.
เครือข่ายกลุ่มต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่กว่า 300 คนบุกศาลากลาง​ ยื่นรายชื่อชาวบ้านคัดค้านผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ไฟเขียวทุนต่างชาติทำเหมืองแร่
เพชรบูรณ์ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับเครือข่ายกลุ่มต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่ ประกอบด้วย กลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่ นำโดยนายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ นายสมศักดิ์ คงวิเศษ และ นายสุพล พูนพิพัฒน์ เครือข่ายองค์การโลกสีเขียวเพชรบูรณ์ ร่วมกับกลุ่มคนหนองไผ่ นาเฉลียง ยางงาม ไม่เอาเหมืองแร่ และ ชาวบ้าน ผู้นำชุมชนจาก ต.นาเฉลียง ต.ยางงาม และ ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จำนวนกว่า 300 คน รวมตัวกันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อยื่นหนังสือและรายชื่อผู้คัดค้านการทำเหมืองแร่ ต่อนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังจากมีกระแสข่าวว่า บริษัทกลุ่มธุรกิจทุนข้ามชาติได้ถอนอาชญาบัตรการสำรวจแร่เดิมในเขตพื้นที่ อ.หนองไผ่ อ.ชนแดน และ ยื่นขออนุญาตอาชญาบัตรสำรวจแร่ใหม่ เนื่องจากอาชญาบัตรเดิมจะหมดอายุในเดือนมกราคมปี 2563 รวมทั้งยังได้เตรียมเข้ามาสำรวจขุดเจาะแร่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์อีกครั้ง ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านได้ขอให้อุตสาหกรรมจังหวัดชี้แจงรายละเอียดถึงความชัดเจนว่า ได้อนุญาตให้บริษัทเหมืองแร่เข้าสำรวจรอบใหม่แล้วหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงรวมตัวกันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัด แล้วนำรายชื่อผู้คัดค้านการทำเหมืองแร่มายื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอเรียกร้องเรื่องการพิจารณาคัดค้านการทำเหมืองแร่ เขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ อำเภอชนแดน ซึ่งมีการขออาชญาบัตร โดยมีข้อเรียกร้องต่าง ๆ โดยทำรายละเอียดเป็นหนังสือมา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามขั้นตอน ตั้งแต่อุตสาหกรรมจังหวัด ระดับจังหวัด ความคิดเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะส่งให้คณะกรรมการเหมืองแร่ ที่ประชุมคณะย่อยของเราได้ตกลงกันแล้วว่า เราจะใช้ความคิดเห็นของประชาชนประกอบการพิจารณาทุกครั้งที่เสนอเรื่องไปทางส่วนกลาง เรื่องที่ 2 คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยงานที่ต้องติดต่อกับราษฎรขอให้ใช้วาจาที่สุภาพ และ ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มาติดต่อ ก็ได้กำชับไปแล้ว เรื่องที่ 3 คือ ปัจจุบันนี้มีบริษัทเหมืองแร่ได้ดำเนินการขออาชญาบัตรแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต แต่มีการพบเห็นจากราษฎรว่ามีการแอบสำรวจในเวลากลางคืน ซึ่งทางคณะของเราก็ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วว่าถ้าราษฎรท่านใดพบเห็นให้แจ้งผู้นำหมู่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เรื่องขอร้องเรียนทั้งหมดจังหวัดจะส่งไปส่วนกลางและทำอย่างถูกต้อง แกนนำที่คัดค้านสามารถมาตรวจสอบความโปร่งใสได้ รวมทั้งจะนำเรื่องในวันนี้ทั้งหมดเข้าศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดให้เป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเครือข่ายต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่ กลุ่มประชาสังคมประชาปฏิรูปทรัพยากรและ ทองคำ พร้อมเครือข่าย 5 จังหวัด นำโดยนางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ มาร่วมยื่นหนังสือประกาศผังเมืองรวมเพชรบูรณ์ ทับที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ให้กลายเป็นป่าอนุรักษ์(เขียวแทยงขาว)ปี 2560 ด้วย โดยจังหวัดเพชรบูรณ์มีพื้นที่ราว 60% ที่กลายเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทับที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ของชาวบ้านใน 4 ตำบล คือ ต.วังศาล ต.วังหิน ต.ท้ายดง และ ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง เนื้อที่ราว 12000 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่มีแร่ทองคำและมีอาจจะมีคำขออาชญาบัตรทับซ้อนไว้แล้ว แหล่งข่าวระบุว่า ตามแผนที่ที่บริษัทเหมืองแร่ได้ยื่นคำขออาชญาบัตรเหมืองแร่ในเขตท้องที่อำเภอชนแดนและหนองไผ่ มีทั้งหมด 6 แปลง พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอชนแดน จะเป็น สปก. ส่วนอำเภอหนองไผ่ มีทั้ง สปก.เอกสารสิทธิ์ ป่าสงวน และ ป่าตามมาตรา 4 พรบ.ป่าไม้ 2484 เบื้องต้นตามข้อมูลที่ได้มาและในเชิงลึก มีรายละเอียดดังนี้ 1.การยื่นขออนุญาตกรณีเหมืองแร่ในเขตอำเภอชนแดนมี 2 คำขอ คือ ค.อพ.3/2562 และ ค.อพ.4/2562 รวมพื้นที่ประมาณ 18,000 ไร่ และ อยู่บริเวณบ้านซับพุทรา พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งโรงเรียน 2-3 โรงเรียน หมู่บ้านกลุ่มใหญ่มีอาคารบ้านเรือนหนาแน่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น สปก. ตามกฎหมายแล้วการอนุญาตน่าจะยาก หากจะอนุญาตต้องใช้เทคนิคขั้นสูงอย่างยิ่งจึงจะทำได้ และ เป็นหมู่บ้านใหญ่อย่างนี้หากอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ ชาวบ้านต่างพากันวิตกกังวลเกรงว่าจะเกิดอันตราย 2.การยื่นขออนุญาตอาชญาบัตรในเขตอำเภอหนองไผ่ มี 4 คำขอ รวมพื้นที่ประมาณ 16,300 ไร่ ลักษณะของภาพรวมจะอนุญาตง่ายกว่าชนแดน แต่ละแปลงนั้นมีพื้นที่ป่าสงวนมากกว่า สปก. และ บางแปลงก็มีเอกสารสิทธิ์ชาวบ้านด้วย ส่วนพื้นที่ที่ขออนุญาตทั้ง 4 แปลงอยู่ติดกับชุมชนหมู่บ้านและแปลง ค.อพ.2/2562 ห่างจากที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ ราวประมาณ 1.5 กม. หากอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ ชาวบ้านจะพากันเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าอย่างแน่นอน. กิตติพงษ์ ทุนเพิ่ม ทีมข่าวภูมิภาค.