แม่ทัพภาค 4-ทหาร อาการดีขึ้น จนท.นิรภัยการบินลงพื้นที่ตรวจสอบทางด้านเทคนิค
แม่ทัพภาค 4 และทหารที่บาดเจ็บจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ลงจอดฉุกเฉินที่ อ.เทพา อาการดีขึ้นและปลอดภัยทุกนาย ด้านเจ้าหน้าที่นิรภัยการบินกองทัพบกลงพื้นที่ตรวจสอบทางด้านเทคนิคของเฮลิคอปเตอร์เพื่อหาสาเหตุที่ประสบอุบัติเหตุและเตรียมแยกชิ้นส่วนเคลื่อนย้ายไปเก็บที่กองพันซ่อมบำรุงทหารบิน จ.ลพบุรีราเมศวร์ในอีก 1-2 วันนี้ และเร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือเจ้าของสวนยางที่ได้รับความเสียหาย
ความคืบหน้าเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คของ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่4 ลงจอดฉุกเฉินกลางสวนยางพาราพื้นที่หมู่1 บ้านคลองยอ ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวานนี้ขณะออกเดินทางจากค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี และเครื่องเกิดขัดข้องต้องลงจอดฉุกเฉินและทำให้ทั้งแม่ทัพภาค4 ทหารติดตามนักบินและช่างเครื่องบาดเจ็บรวม 7 นายและเฮลิคอปเตอร์ฟาดกับต้นยางพลิกตะแคงข้างเสียหายหนัก
ล่าสุดในวันนี้(16ก.ค.65)ในส่วนของพื้นที่บริเวณจุดที่เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คลงฉุกเฉินนั้น ทางเจ้าหน้าที่นิรภัยการบินของกองทัพบก ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบทางด้านเทคนิคของเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คลำนี้แล้ว เพื่อสอบสวนวิเคราะห์หาสาเหตุที่ต้องลงฉุกเฉิน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 ก็เข้าร่วมตรวจสอบเก็บหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุด้วย
และในวันนี้เริ่มมีการเตรียมแผนการกู้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางทหาร ช.พัน15 ค่ายลพบุรีราเมศวร์ ซึ่งเป็นทหารช่าง และทหารกองพันซ่อมบำรุงทหารบก
ได้ระดมเครื่องจักรเข้ามาเคลียร์พื้นที่เส้นทางเข้าออก รวมทั้งนำรถเครน รถบรรทุก เข้ามาเตรียมพร้อมยังจุดเกิดเหตุเพื่อยกและลำเลียงเฮลิคอปเตอร์ออกจากพื้นที่หลังจากที่เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายนิรภัยการบินกองทัพบก โดยจะใช้วิธีถอดแยกชิ้นส่วนออกและนำไปเก็บไว้ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงที่กองพันซ่อมบำรุงทหารบก จ.ลพบุรี ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกราว1-2 วันหลังจากนี้ในการเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุ โดยระหว่างนี้ทางทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 ได้ส่งกำลังมาเสริมดูแลปลอดภัยและความเรียบร้อยจนกว่าจะจบภาระกิจ
นอกจากนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ได้เข้าเสริมภาระกิจด้วยการนำเครื่องปั่นไฟอุปกรณ์ส่องสว่างและเครื่องจักรเล็กมาร่วมด้วยจนกว่าจะเสร็จสิ้นภาระกิจกู้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้
ส่วนความคืบหน้าอาการของทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 นาย ล่าสุดในวันนี้ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้รายงานความคืบหน้าอาการ และการรักษาทหารทั้ง 7 นาย
เริ่มจาก พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อายุ 59 ปี ผู้ป่วยบาดเจ็บกระดูกอุ้มเชิงกรานหัก ผ่าตัดใส่เหล็กดามที่กระดูกเชิงกรานเรียบร้อยแล้ว และเย็บแผลที่แขนขวาตรงบริเวณข้อมือ ให้ยาแก้ปวดชนิดฉีดทางหลอดเลือดดาทุก 6 ชั่วโมง หัวใจเต้นปกติดี ใส่ท่อเครื่องช่วยใจ หายใจได้ดี ใส่สายสวนปัสสาวะงดน้ำงดอาหาร ให้น้ำเกลือ และไม่มีไข้
ส่วนทหารบนเครื่องอีก 6 นาย ซึ่งมีนักบิน 2 นาย ช่างเครื่อง 2 นาย นายทหารคนสนิท (ทส.) 1 นาย และช่างภาพอีก 1 นาย ทุกคนอาการปลอดภัยเช่นเดียวกัน ประกอบด้วย ส.ท.พีระวิทย์ โอสถเจริญ อายุ 27 ปี , ร.ท.ณัช โลหากาศ อายุ 30 ปี , พ.ต.ประสาร ด้วงชาญ อายุ 39 ปี , จ.ส.อ.พิษณุ พันเต อายุ 38 ปี , จ.ส.อ.ธีรพงษ์ คูหาแก้ว อายุ 32 ปี และ ร.อ.วิสารท์ ชูสังกิจ อายุ 35 ปี โดยทุกนายขณะนี้รู้สึกตัวดี และส่วนใหญ่บาดเจ็บตาลำตัว และแขนขาจากแรงกระแทก
และมีรายงานว่าในช่วงประมาณบ่าย 3โมงวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญแจกันพระราชทานมามอบให้แก่แม่ทัพภาคที่ 4 และทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณดังกล่าว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และหลังจากนั้นทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมอบให้ผู้ว่าราชการขังหวัดสงขลา เชิญกระเช้าของขวัญไปเยี่ยมแม่ทัพภาค 4 และทหารทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บด้วย
ด้านการให้การช่วยเหลือประชาชนและชาวสวนยางในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เบื้องต้นทางหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ได้ออกสำรวจ และพบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบรวม 7 ราย และมอบเงินช่วยเหลือให้รายละ 5,000 บาท ส่วนต้นยางพาราเสียหายไปจำนวน 35 ต้น ซึ่งจะชดเชยให้ครบตามจำนวนต้นละ 2,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และในกรประกอบอาชีพกรีดยางพารา