“โครงการ 9101”เชียงราย ยกคุณภาพสินค้า แปรรูปสับปะรด-ปลูกผักปลอดสารพิษ
“โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” มีหลักการสำคัญ คือ ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ด้วยการน้อมนำหลักการ ทฤษฏีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ให้ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน โดยให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) และเครือข่าย เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนแบบมีส่วนร่วม
นายสงกรานต์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากกว่า 50% สามารถเบิกง่ายงบประมาณบางเข้าสู่ชุมชนไปแล้วกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของค่าแรงคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จได้ภายในเดือนสิงหาคม ส่วนค่าจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็คืบหน้าเบิกจ่ายไปแล้วเช่นกันกว่า 80% โดยรวมการดำเนินงานในโครงการ 9101 มีความคืบหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 75% มีการดำเนินงานครบทั้ง 8 กิจกรรม ซึ่งมีหลายโครงการที่แล้วเสร็จบ้างแล้ว คาดว่าการดำเนินงานในโครงการจะสามารถเสร็จสิ้นตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ภายในเดือนกันยายน
ด้าน นางวัชรีพร โอฬารกนก ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงาน ในเบื้องต้นสามารถประเมินผลในเชิงบวกได้ว่า เกษตรกรทุกชุมชนมีความตื่นตัวที่จะพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรกรรม มีความรักสามัคคีเกิดขึ้นในชุมชน เกิดการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และสามารถที่จะดำเนินงานต่างๆ ในลักษณะกลุ่มที่มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งโครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เกิดการหมุนเวียนและ มีสภาพคล่องส่งผลให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
นางเล็ก นรรัตน์ เกษตรกรชาวสวนสับปะรด ม.7 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย กล่าวว่า เนื่องจากในพื้นที่เกษตรกรปลูกสับปะรดกันเป็นจำนวนมาก ผลผลิตเกิดภาวะล้นตลาดราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 2-3 บาท ทางศูนย์เรียนรู้สับปะรด ต.แม่เย็น ได้ร่วมกับเกษตรกรนำผลผลิตสับปะรดมาแปรรูปเป็นสับปะรดกวน และอาศัยการสนับสนุนจากโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี มาต่อยอดแปรรูปสับปะรด เช่น ทำขนมเปี๊ยะไส้สับปะรด คุกกี้ไส้สับปะรด นอกจากนี้นำผลผลิตอีกส่วนมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้บำรุงพืชผลต่างๆ พบว่าได้ผลมาก
“การได้เข้ามาร่วมโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เป็นเรื่องที่ดี เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างทำสับปะรดขาย หาตลาดกันเอง และสับปะรดที่เน่าเราก็จะไม่ต้องทิ้งแล้ว แต่เอามาแปรรูปได้หลากหลาย เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน” เกษตรกรชาวสวนสับปะรด กล่าว
ขณะที่โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี ที่ดำเนินการภายใต้ ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ต่อยอดมาจาก นายถนัด ปัญญา และนางศรีพันธุ์ ปัญญา เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษจนประสบความสำเร็จ และพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่เกษตรกรที่สนใจ
นางศรีพันธุ์ ปัญญา เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ หมู่ 2 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน เล่าว่า ปลูกผักปลอดสารพิษได้ประมาณ 6ปี เริ่มแรกทดลองเพียง 1 ไร่ ยกร่องแปลงได้จำนวน 10 แปลง โดยปลูกผักหมุนเวียนตามฤดูกาล เน้นผักพื้นบ้านและผักตามท้องตลาดทั่วไป เช่น คะน้าเห็ดหอม คะน้าฮ่องเต้ กวางตุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง บวบเหลี่ยม ถั่ว แตง ชะอม วอเตอร์เครส และผักกูด เป็นต้น ปัจจุบันขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 12 ไร่ ปลูกข้าว 8 ไร่ ทำสวน 2 ไร่ และพื้นที่บ้าน 3 ไร่
“ปัจจุบันมีรายได้จากการเก็บผักขายทุกวัน ประมาณวันละ 1,600 บาท โดยจะไปตั้งร้านขายตามสถานที่ราชการ เช่น สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผักขายดี ลูกค้าจะมายืนรอก่อนที่จะตั้งร้าน เพราะผักเราปลอดสารพิษจริง” นางศรีพันธุ์ กล่าว