ลูกชายขอเงินพ่อซื้อยาบ้าไม่ได้อาละวาดฟันหัวเพื่อนบ้านสาหัสตำรวจเอาผิด 3 ข้อหาหนัก
วันที่ 23 ก.พ. 2567 เวลา 15.00 น. ที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำ นายจริวัฒน์ ขวาลา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ม.7 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ภายหลังก่อเหตุอาละวาดบุกรุกบ้านของเพื่อนบ้านพร้อมทั้งใช้อาวุธมีคมทำร้ายร่างกายคนบาดเจ็บ 2 ราย 1 รายอาการสาหัสยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้าน เหตุเกิดภายในบ้าน ม.7 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ( 22 กพ.)
พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนอาละวาด บุกรุกบ้าน ทำร้ายร่างกายคนบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 67 ม.7 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังบ้านที่เกิดเหตุพบว่านายจรัญ อายุ 53ปี ถูกฟันด้วยของมีคมที่ศีรษะและแขนข้างซ้าย จนเป็นแผลฉกรรจ์ และพบนายอมรเทพ อายุ 31 ปี ถูกฟันที่มือซ้ายบาดเจ็บ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บ้านไผ่ รับคนเจ็บส่งรพ.นอกจากนี้ ยังพบนายจริวัฒน์ อายุ 27 ปี ยืนถือท่อนเหล็กที่ดัดแปลงเป็นของมีคม ยาวประมาณ 1 เมตร อยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ และเป็นคนก่อเหตุทำร้ายผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย จึงควบคุมตัวเอาไว้
จากการสอบสวน นายแสวง อายุ 61 ปี บิดาของนายจริวัฒน์ ทราบว่า เมื่อก่อนมีบ้านอีกหลัง อยู่ในหมู่บ้าน แต่ลูกชายซึ่งติดยาเสพติด ทำร้ายร่างกาย จึงหนีออกมาอยู่ที่บ้านหลังปัจจุบัน ส่วนลูกชายก็รื้อไม้บ้านไปขายมาซื้อยาเสพติดจนหมดทั้งหลัง เมื่อไม่มีที่อยู่ลูกชายจึงมาอาศัยอยู่ด้วยที่บ้านหลังปัจจุบัน แต่ลูกชายยังเลิกนิสัยเดิมไม่ได้ บิดาจึงสร้างบ้านหลังเล็กอยู่คนเดียว ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายมาขอเงิน 5,000 บาท เพื่อไปซื้อยาบ้ามาเสพและซื้อสุรามาดื่ม แต่บิดาไม่ให้ ลูกชายจึงอาลาะวาด ทำลายข้าวของและพังบ้าน พ่อจึงปีนหน้าต่างหลบหนี ขณะที่ลูกชายจึงอาละวาดมาที่บ้านของนายจรัญ ที่อยู่ติดกันเพื่อตามหาบิดาตัวเอง เมื่อเพื่อนบ้านบอกไม่รู้ ก็เดินกลับบ้านไปเอาท่อนเหล็กที่ดัดแปลงเป็นมีดบุกรุกเข้าทำร้ายนายจรัญในบ้าน เมื่อนายอมรเทพเห็นเหตุการณ์ จึงเข้าไปช่วย จึงถูกทำร้ายไปอีกคน
ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวต่ออีกว่าหลังการสอบสวนและทราบพฤติกรรมจากบิดาของผู้ก่อเหตุ จึงตรวจร่างกายนายจริวัฒน์ พบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งก็รับสารภาพว่า เสพยาบ้ามาก่อนจะก่อเหตุ จึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และการใช้เหล็กดัดแปลงเป็นของมีคมทำร้ายคนอื่นก็แจ้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนการบุกรุกบ้านผู้อื่นในยามวิกาล ก็แจ้งข้อหา บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งตัว ผู้ต้องหาไปส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดพล เพื่อดำเนืนการตามขั้นตอนของกฏหมาย
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเกิดเหตุ ซึ่งบ้านของผู้บาดเจ็บแลัผู้ก่อเหตุนั้นอยู่ใกล้กัน โดยมีบ้านของพ่อผู้ก่อเหตุตั้งอยู่ตรงกลางของทั้ง 3 หลัง โดยที่ทั้ง 3 หลังสามารถเดินทะลุหากันได้ ซึ่งบ้านของผู้ก่อเหตุนั้นเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้ มีร่องรอยทุบทำลายประตูหน้าต่างและกำแพงหลายจุด
ขณะที่นายอมรเทพ อายุ 31 ปี คนที่ถูกฟันที่นิวมือข้าวซ้ายจนบาดเจ็บกล่าวว่า ขณะกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงเอะอะกันจึงออกมาดู พบว่านายจริวัฒน์ กำลังทำร้ายลุงจรัญ จึงเข้าไปช่วย จนถูกฟันที่มือ จนนิ้วเป็นแผลฉกรรจ์ และเป็นการดีที่ตำรวจจับตัวไป เพราะมีบ้านอยู่ติดกัน จะได้ไม่ก่อเหตุที่เป็นอันตรายกับคนอื่นอีก
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายแสวง อายุ 61 ปี บิดาของนายจริวัฒน์ ซึ่งออกไปหาปลาที่หนองน้ำกลางทุ่งนา นายแสวง กล่าวว่า เป็นทุกข์กับลูกชายมานานมากแล้ว เพราะลูกชายติดยาบ้า ในทุกๆวันจะมาขอเงินวันละ 100 บาท เอาไปซื้อยาเสพติดมาเสพ เป็นแบบนี้ติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว ตนมีรายได้จากเงินที่ลูกสาวทำงานอยู่ต่างประเทศส่งมาให้ใช้จ่ายเดือนละ 3,000 บาท และหาปลาขาย แต่ถูกลูกชายมาขอไปซื้อยาเสพติดทุกวัน หากไม่ให้ก็รื้อฝาบ้านไปขาย จนบ้านหมดไป 1 หลังแล้ว
ปัจจุบันลูกชาย บ้านมาอยู่บ้านหลังใหม่ ก็ยังมีสันดานเดิมเมื่อขอเงินไม่ได้ก็รื้อฝาบ้านไปขาย เอาเงินซื้อยาบ้ามาเสพ โดยล่าสุดมาขอเงิน 5000 บาท แต่ไม่มีให้ ลูกชายจึงอาละวาดรื้อบ้านมาทำลายทิ้ง ด้วยความกลัวจึงปีนหน้าต่างหนีออกไปทุ่งนา จนมาทราบว่าลูกชาย ฟันเพื่อนข้างบ้านบาดเจ็บ ซึ่งโชคดีที่ตำรวจมาจับตัวไปได้ ขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อย่าปล่อยตัวออกมา จะทำให้ตนและชาวบ้านเดือดร้อนอีก