ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจพบเนื้อหมูมาจากพื้นที่โรคระบาด
ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง แถลงข่าวเปิดตู้สินค้าคงค้างภายในท่าเรือแหลมฉบัง พบเนื้อหมูมาจากพื้นที่โรคระบาด
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ท่าเรือ ซี1 และซี2 ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี นายฐิติพงศ์ คำผุย ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร1 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี รองผู้บังคับการ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับตัวแทนเจ้าหน้าที่โครงการท่าเรือสีขาวพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย แถลงข่าวพร้อมเปิดตู้สินค้าคอนเทนเนอร์คงค้างภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง
ตามที่สื่อได้นำเสนอข่าวกรณีตู้สินค้าคอนเทนเนอร์คงค้างภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังจำนวนกว่าพันตู้ ทั้งตู้สินค้าเก็บความเย็นตู้สินค้าทั่วไป และตู้สินค้าอันตราย ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า ค่าเสียโอกาสจากการใช้พื้นที่จัดเก็บตู้สินค้า และเสียเวลาในการขนย้ายตู้สินค้าคงค้างเพื่อจัดเรียงตู้สินค้าใหม่ ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตท่าเรือ ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกับหลายหน่วยงาน เช่น ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ตัวแทนเรือ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และการท่าเรือแห่งประเทศไทย จึงขอให้สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น
วันนี้ ศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ออกมชี้แจงว่า ตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่คงค้างอยู่ในท่าเรือแหลมฉบัง สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้ 1.ตู้สินค้าของตกค้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ หรือดำเนินการจำหน่าย เเละ 2. ตู้สินค้าที่เป็นของกลางซึ่งบางส่วนอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดีอาญาไม่สามารถจำหน่ายได้
สำหรับตู้สินค้าคงค้าง สาเหตุเกิดจากตู้สินค้าบางส่วนอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการขอใบอนุญาต จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบางส่วนเป็นของที่รอทำลาย เเต่ไม่มีงบประมาณในการทำลาย หรือต้องให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในการทำลาย เเละบางส่วนเป็นตู้สินค้าที่มีราคาประเมิน สูงกว่าราคาตลาด หรือเป็นสินค้าที่สภาพของสินค้าไม่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด เช่น ตู้สินค้าเศษพลาสติกที่ได้ดำเนินการเปิดประมูลประมาณ 10 ครั้ง แล้วยังไม่สามารถขายได้จึงเกิดตู้สินค้าคงค้างที่จัดเก็บเป็นเวลานาน
ปัจจุบันตู้สินค้าที่เป็นของกลาง ของตกค้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือรอจำหน่ายจำนวนทั้งสิ้น 331 ตู้ แบ่งเป็นตู้ของกลางจำนวน 130 ตู้ ของตกค้างจำนวน 160 ตู้ และของผ่านแดนที่ตกเป็นของแผ่นดินจำนวน 41 ตู้ โดยมีตู้สินค้าที่ดำเนินการสำรวจแล้วจำนวน 154 ตู้
ในปี 2566 ที่ผ่านมาสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้ดำเนินการเกี่ยวกับตู้สินค้าของกลาง ของตกค้าง ไปบ้างเป็นบางส่วน เช่น ส่งมอบตู้สินค้าตกค้างประเภทเนื้อหมูสามชั้น น้ำหนัก 28,594 กิโลกรัม ให้แก่ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี โดยได้มีการนำไปทำลาย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี ส่งมอบตู้ขาไก่แช่แข็งที่เป็นของตกค้าง น้ำหนักรวม 21,600 กิโลกรัม ให้แก่ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี โดยได้มีการนำไปทำลาย ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรี และในวันนี้ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้ตรวจสอบและเปิดตู้จำนวน 5 ตู้ ได้แก่ ปุ๋ยเคมี ,เม็ดพลาสติก และตู้แช่แข็งอาหารประเภทเนื้อหมูสามชั้น นำเข้ามาเมื่อตุลาคม-พฤศจิกายน 2565 จากประเทศบราซิลและรัสเซีย ซึ่งประเทศบลาซิลเป็นประเทศที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ส่วนตู้สินค้าต้นทางรัสเซีย ขณะนี้พื้นที่รัสเซียกำลังเกิดโรคระบาดในหมู ทางประเทศไทยจึงไม่อนุญาตนำเข้าเนื้อหมูจาก 2 ประเทศนี้ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ต้องดำเนินคดีกับผู้นำเข้าแล้วส่งของกลางไปทำลายต่อไป และในวันนี้ยังได้ส่งมอบตู้ขาไก่แช่แข็งที่เป็นของตกค้าง จำนวน 6 ตู้ ให้แก่ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี โดยจะนำไปทำลาย ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรีด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้กำชับให้ทุกส่วนงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการเร่งสำรวจของตกค้างส่งมอบของตกค้างให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งรัดการดำเนินการกับของกลาง การขายทอดตลาด รวมถึงการบูรณาการร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานอื่น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลพร้อมทั้งตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อหารือแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รับฟังปัญหาและอุปสรรคเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของกรมศุลกากรต่อไป