เครือข่ายรักษ์อ่าวปากบาราถอดบทเรียนการต่อสู้ส่งต่อถึงชาวเลเกาะหลีเป๊ะควรได้สิทธิ์มีชีวิตและที่อยู่

ภูมิภาค18 ม.ค. 2566 • 10:29 น.
เครือข่ายรักษ์อ่าวปากบาราถอดบทเรียนการต่อสู้ส่งต่อถึงชาวเลเกาะหลีเป๊ะควรได้สิทธิ์มีชีวิตและที่อยู่

เครือข่ายรักษ์อ่าวปากบารา ถอดบทเรียนการต่อสู้ปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ตนเอง  พร้อมส่งต่อถึงชาวเลเกาะหลีเป๊ะควรได้สิทธิ์มีชีวิตอยู่  มีที่อยู่และใช้วิถีชีวิต


 
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่หาดปากบารา  ตำบลปากน้ำ  อำเภอละงู  จังหวัดสตูล   เครือข่ายประชาชนรักษ์อ่าวปากบาราจัดกิจกรรมถอดบทเรียนการต่อสู้ของภาคประชาชนต่อการปกป้องบ้านเกิดและสิ่งแวดล้อม  ภายใต้ชื่องานนุหรีแกงแพะชายหาดปาบารา กรณีการไม่เอาของโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา   ที่มีการต่อสู้มาอย่างยาวนานโดยเล็งเห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่และได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสิ่งแวดล้อม  จนเป็นที่มาให้ประชาชนที่ออกมาปกป้องแผ่นดินเกิดต้องถูกดำเนินคดีในชั้นศาลแต่สุดท้ายก็สามารถชนะคดีได้   จากบทเรียนในครั้งนี้มาจนปัจจุบันทางเครือข่ายประชาชนรักษ์อ่าวปากบารานับว่านี้คือความสำเร็จของประชาชนทุกคนต่อสู้ปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ตนเอง  ก่อนที่ทุกคนที่ร่วมงานจะประกาศเจตนารมณ์ภารกิจร่วมการต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดสิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมในสังคมยังไม่สิ้นสุด

โดย นายหุดดีน  อุสมา  ปธ.เครือข่ายประชาชนรักษ์อ่าวปากบารา กล่าวว่า  งานในครั้งนี้เป็นการรำลึกถึงกิจกรรมการต่อสู้เรื่องท่าเรือน้ำลึกปากบารา  สรุปบทเรียนว่าในการต่อสู้ของประชาชนทุกเครือข่ายที่เกิดการต่อสู้ปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ตนเองมาเจอกันหาทางออกร่วมกันว่าเราจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไรสำคัญที่เราถอดบทเรียนเพื่อจะใช้บทเรียนเหล่านี้ไปต่อสู้ปกป้องในอนาคตต่อไปด้วย

ส่วนปัญหาเกาะหลีเป๊ะก็เช่นกัน  ปัญหาการทับซ้อนของที่ดินทับที่ชาวเลเกาะหลีเป๊ะนั้นโดนรุกจนชาวบ้านเองไม่มีที่ยืนแล้ว  รัฐจะต้องเข้ามาช่วยด้วยจะปล่อยให้ชาวบ้านตัวเล็กๆซึ่งเหลือจำนวนไม่มากนักจะไปต่อสู้เพียงลำพังไม่ได้ต้องดูแลประชาชนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนายทุนแต่หมายถึงชาวบ้านตัวเล็กๆคนในพื้นที่อย่าให้เขาได้รับความเดือดร้อนให้เกิดความยุติธรรมทุกฝ่าย  ปัญหานี้ไม่ใช่กระเทือนแค่คนที่อยู่ในเกาะหลีเป๊ะแต่คนทั่วโลกก็รับรู้และรู้สึกไม่ต่างกัน การท่องเที่ยวปล่อยไว้ได้อย่างไรชาวบ้านต้องเดือดร้อน    ฝากถึงบิ๊กโจ๊กที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก ต้องทำให้เกิดความยุติธรรม  เขาควรจะมีสิทธิ์มีชีวิตอยู่มีที่อยู่และใช้วิถีชีวิตของเขา   ไม่ปล่อยให้ใครคุกคามหรือให้ใครได้รับสิทธิ์ฝ่ายเดียวและปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นเหยื่อ