ผู้นำชุมชน-ชาวบ้าน-กู้ภัยฯ เรียกร้องติดป้ายเตือน ไฟส่องสว่างถนนสี่เลนกลางชุมชน เสี่ยงอันตรายเจ็บ-ตายหลายราย
ส.อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชาวบ้าน อาสากู้ภัยฯ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดป้ายเตือน และไฟฟ้าส่องสว่างถนนสี่เลนกลางชุมชนเพราะเสี่ยงอันตราย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมีคนบาดเจ็บเสียชีวิตหลายรายส่วนใหญ่เกิดตอนกลางคืน ล่าสุด วันออกพรรษาสองพ่อลูกถูกกระบะพุ่งชนพ่อเจ็บ ด.ญ.9 ขวบตายคาที่ ชี้หากไม่เร่งดำเนินการจะมีคนสังเวยชีวิตอีกหลายศพ
(6 ต.ค.63) นายสัญญา สอนวงค์แก้ว สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลพรสำราญ หมู่ 6 บ้านสำโรง ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายบุญเลี้ยง สอนวงค์แก้ว ผู้ใหญ่บ้านสำโรง ตัวแทนชาวบ้านในหมู่บ้าน และอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ได้ร่วมกันออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดป้ายแจ้งเตือนเขตชุมชนลดความเร็ว สัญญาณไฟระวัง และติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนสายบุรีรัมย์ – คูเมือง ตั้งแต่ช่วงระหว่างบ้านสำโรง ไปจนถึงหน้า อบต.พรสำราญ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร หลังจากที่มีการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร แล้วเกิดอุบัติเหตุรถชนกันบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดตอนกลางคืน เนื่องจากถนนค่อนข้างมืดเพราะไม่มีไฟส่องสว่าง และหลังจากขยายถนนเป็น 4 เลน รถก็วิ่งไปมาด้วยความเร็ว ไม่ได้มีการชะลอถึงแม้จะเป็นเขตชุมชน
โดยเฉพาะล่าสุดเมื่อช่วงวันออกพรรษาที่ผ่านมา ก็ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ซาเล้งขายไอติม ช่วงที่จอดรอเลี้ยวอยู่กลางถนนเต็มแรง จนเป็นเหตุให้น้องน้ำฝน ด.ญ.วัย 9 ขวบ ซึ่งนั่งรถไปขายไอติมกับพ่อเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้เป็นพ่อก็บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจแก่ครอบครัวและชาวบ้านเป็นอย่างมาก
นายสุนันท์ จักษุทิพย์ อาสากู้ภัยสว่างจรรยาธรรม ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ ต.พรสำราญ บอกว่า ตั้งแต่ที่มีการขยายเป็นถนน 4 เลน ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกันบ่อยมาก เฉพาะในรอบปีนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 3 – 4 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
จากการสอบถามผู้ที่ประสบอุบัติเหตุก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถนนมืดมองไม่เห็น ไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนว่าเป็นเขตชุมชน และส่วนใหญ่ก็จะขับเร็วเพราะเป็นถนน 4 เลน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเสี่ยงอันตรายมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจ ติดตั้งป้ายเตือนเขตชุมชนให้ชะลอความเร็ว และที่สำคัญอยากให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ก็เชื่อว่าจะสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้ แต่หากยังปล่อยไว้แบบนี้ไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็จะต้องเกิดการสูญเสียขึ้นอีกอย่างแน่นอน
ขณะที่นายสัญญา สอนวงค์แก้ว สมาชิก อบต. และนายบุญเหลือ สอนวงค์แก้ว ผู้ใหญ่บ้านสำโรง ก็บอกตรงกันว่า หลังจากที่ขยายเป็นถนน 4 เลนประมาณ 4 ปี ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกันบ่อยครั้ง มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่าง รถวิ่งด้วยความเร็วเพราะไม่มีป้ายเตือนเขตชุมชน ซึ่งก็แปลกใจว่าถนน 4 เลน เกือบทุกจุดมีการติดตั้งไฟส่องสว่างแต่เส้นนี้กลับไม่มี ทำให้มีความเสี่ยงอันตรายกับคนที่สัญจร และชาวบ้านในพื้นที่ เพราะมีบ้านอยู่ 2 ฝั่งถนน เวลาจะซื้อของ หรือมีกิจกรรมอะไรก็ต้องข้ามถนนมาซึ่งอันตรายมาก ที่ผ่านมาเคยทำเรื่องถึงทาง อบต. และแขวงการทางแล้ว แต่ก็ยังเงียบไม่มีการดำเนินการใดๆ เพียงรับเรื่องไว้เท่านั้น จึงอยากวอนให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจติดป้ายเตือน และไฟส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่ และผู้ที่สัญจรผ่านไปมาด้วย