ชัยนาทเผยผลยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อยครั้งที่ 2 ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ 

ภูมิภาค24 พ.ค. 2567 • 08:55 น.โดย จักรวุธ ปุนวามะระ
ชัยนาทเผยผลยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อยครั้งที่ 2  ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ 

วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.ชัยนาท, พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท และ ว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ปปส.ภาค 1 แถลงสรุปผลการปฏิบัติการ "ยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย ครั้งที่ 2  ระหว่างวันที่ 23 - 24 พฤษภาคม 2567 พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ รอง ผบก.ก.จว.ชัยนาท กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 41ราย ยึดของกลางยาบ้า จำนวน 850 เม็ด และไอซ์ จำนวน 0.58 กรัม นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืน 7 กระบอก สามารถยึดทรัพย์มูลค่ารวมมากกว่า 450,000 บาท

 

ด้านพล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.ชัยนาท กล่าวว่า ปปส.ภาค 1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบังคับใช้กฎหมาย ยาเสพติด อย่างจริงจังและเร่งรัดจับกุมผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการปรายปรามจับกุมผู้ค้ารายย่อยในชุมชนเพื่อลดความรุนแรงของปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งยังพบว่ามีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเกิดขึ้นทั้งในหมู่บ้านชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 

ดังนั้นจึงได้กำหนดให้มีการดำเนินการระดมกวาดล้างยาเสพติดขึ้น ภายใต้ชื่อปฏิบัติการยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย ครั้งที่ 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท จึงได้กำหนดเป้าหมายปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 18 เป้าหมาย สามารถจับกุมคดียาเสพติด จำนวน 41 ราย, ตรวจยึดของกลาง มีรถยนต์ จำนวน 1 คัน มูลค่า 300,000 บาท, รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน มูลค่า 150,000 บาท,  ยาบ้า รวม 850 เม็ด, ยาไอซ์ รวม 0.58 กรัม  จับกุมคดีอาวุธปืน 7 ราย ยึดของกลางได้เป็นปืนลูกซองยาว จำนวน 2 กระบอก, ปืนสั้นไทยดิษฐ์ จำนวน 4 กระบอก, ปีนแก๊ปยาว จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปีน (ลูกซองเบอร์ 12) จำนวน 11 นัด,  คดีเงินกู้ จำนวน 2 ราย, สลากกินรวบ 1 ราย, หมายจับ 1 ราย (บัญชีม้า) ผลการปิดล้อมตรวจค้นรวมทั้งสิ้น จำนวน 50 ราย ผู้ต้องหา จำนวน 50 คน  

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี อากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ปปส.ภาค 1 กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐ นายกรัฐมนตรี และนายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำหนดให้หน่วยที่เกี่ยวข้องปราบปรามยาเสพติด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน และในการจับกุมนักค้าต้องดำเนินการยึดทรัพย์และขยายผลถึงรายใหญ่ หรือผู้สั่งการในระดับที่สูงขึ้นเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด

ในขณะที่การนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดจะต้องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และต้องเร่งนำผู้เสพรวมถึงผู้หลบหนีการบำบัดเข้าสู่กระบวนการ เพื่อลดอัตราการก่อเหตุในชุมชน ซึ่งต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมใน 90 วัน ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามข้อร้องเรียนของประชาชน โดยผลสืบเนื่องมาจากประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด และผู้เสพยาเสพติดผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 โดยมีเป้าหมายในการปฏิบัติการในครั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท รวม 18 เป้าหมายในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอสรรพยา อำเภอสรรคบุรี อำเภอหันคา อำเภอหนองมะโมงและอำเภอเนินขาม โดยมุ่งเน้นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติด ในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมถึงเพื่อเป็นการขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ค้ารายสำคัญในพื้นที่ ตลอดจนการค้นหาผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อไป