"ธนาธร" ควงแขน"หม่อมอุ๋ย" จัดเสวนารัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากรู้ร่วมกัน ท่ามกลางกลุ่มผู้ไม่หวังดีป่วนการจัดกิจกรรม

ภูมิภาค8 ก.ย. 2562 • 10:20 น.
"ธนาธร" ควงแขน"หม่อมอุ๋ย" จัดเสวนารัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากรู้ร่วมกัน ท่ามกลางกลุ่มผู้ไม่หวังดีป่วนการจัดกิจกรรม
ธนาธร" ควงแขน"หม่อมอุ๋ย" จัดเสวนารัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากรู้ร่วมกัน ท่ามกลางกลุ่มผู้ไม่หวังดีป่วนการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ขณะที่ "ปิยบุตร" ระบุ พรรคอตาคตใหม่ส่ง 6 ขุนพลร่วมอภิปราย 18 ก.ย.นี้ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2562 ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กำหนดจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ "จิตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหน ที่เราอยากอยู่ร่วมกัน" โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี,ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิช จาก TDRI และรศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง อาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมในการเสวนาดังกล่าว ท่ามกลางกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามที่จะก่อกวนและพยายามที่จะไม่ให้จัดกิจกรรมดังกล่าว โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหนา้ที่รักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบได้ประจำในสถานที่ของการจัดการเสวนาเพื่อป้อกันการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจะเกิดขึ้นได้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ได้กำหนดจัดกิจกรรมการรณรงค์ของทุกภาคส่วนทั้งในภาควิชาการ ภาคประชาชน รวมไปถึงพรรคการเมืองต่างๆ ในการที่จะรณรงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการจัดเวทีเสวนาดังกล่าวที่ขอนแก่นเป็นการจัดกิจกรมครั้งที่3 ซึ่งเวทีที่ผ่านมาที่ จ.มหาสารคามก็มีปัญหาอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา " คุณธนาธรมีตารางไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามก็ถูกยกเลิกไปโดยให้เหตุผลว่าน้ำท่วม หลังจากนั้นตอนเย็นของเมื่อวานทีผ่านมามีการจัดงานระดมทุนของพรรคแต่ก็ถูกหน่วยงานใดไม่ทราบในระดับท้องถิ่นไปกดดันข่มขู่ จนเจ้าของสถานที่จัดงานนั้นไม่กล้าให้ทางพรรคจัดงานต่อไปได้สุดท้ายต้องไปจัดงานที่ตลาดกลางแจ้งนี่คือเรื่องของเมื่อวาน ส่วนเรื่องที่ขอนแก่นช่วงเช้าที่ผ่านมา ตอนแรกจะจัดที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข.แต่สุดท้ายก็ถูกยกเลิกไป เลยย้ายไปจัดงานที่มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นเดียวกับตอนบ่ายจะจัดงานเสวนานี้ที่วิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มข. อีก สุดท้ายก็ถูกยกเลิกไปอีกทำให้เราย้ายมาจัดงานที่นี่แทน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงที่พูดมาคิดว่าจะสะท้อนเรื่องให้เรานั้นเข้าสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งแม้เราจะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว แต่เสรีภาพในการรณรงค์มีอยู่จริงหรือไม่คิดว่าพี่น้องประชาชนนั้นตัดสินใจได้และอยากให้ประชาชนออกมาส่งเสียง เพราะมันหมดยุคของ คสช.ไปแล้ว" นายปิยบุตร กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ประเทศของเราเข้าสู่ระบบปกติ จึงอยากที่จะขอคืนความเป็นปกติให้กับสังคมไทย การกดดันใดๆก็ตามอาจจะไม่ใช่มาจากรัฐโดยตรงแต่อาจจะกดดันมาแบบทางอ้อมหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่อย่างน้อยที่สุดทำให้มหาวิทยาลัยฯถึง 2ที่ ยกเลิกงานของทางพรรคที่จะจัดขึ้น ดังนั้นการที่พรรคเดินสายจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งพรรคจะต้องเดินสายไปอีกหลายจังหวัด ไปอีกหลายมหาวิทยาลัย หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกและสิ่งที่เราจัดก็เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง "ในส่วนของเรื่องแรงกดดันที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ผมคิดว่าตรงกันข้ามนะครับเมื่อวานนี้เป็นตัวอย่าง พอเราถูกยกเลิก 2 รายการติดต่อกันภายในวันเดียวแทนที่เราจะจัดไม่ได้แต่เราก็หาที่จัดจนได้ และพี่น้องประชาชนก็มามากกว่าเดิมมากกว่าที่เราคิด วันนี้ก็เช่นเดียวกันถ้าให้เราจัดที่เดิมคนอาจจะไม่มากเท่านี้แต่พอยกเลิกคนยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งยกเลิกเท่าไรคนยิ่งเยอะ ยิ่งจำกัดเสรีภาพเท่าไรประชาชนยิ่งไม่ยอม ผมไม่อยากจะคิดว่ามีคนจะค่อยเล่นงานพรรคอนาคตใหม่พรรคเดียวเรื่องนี้เป็นเสรีภาพทั่วไปของทุกๆพรรคและก็เป็นเสรีภาพของพี่น้องประชาชนด้วย ที่อยากจะรับรู้ข้อมูลข่าวสารและแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหวังว่าเรื่องแบบนี้จะไม่มีอีก" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่ออีกว่า ในเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยส่วนตัวคิดว่าอย่างน้อยที่สุดเป็นเรื่องที่ดีในระดับของสภาผู้แทนราษฏร และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรคเห็นตรงกัน ส่วนพรรคทางซีกรัฐบาลมีพรรคประชาธิปัตย์แสดงตัวออกมาชัดเจนแล้วว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การหาคะแนน หาเสียง หาแนวร่วม ก็ไม่น่าที่จะเป็นปัญหา แต่ปัญหาต่อไปของเราจะเป็นวุฒิสภามากกว่า ซึ่งวุฒิสภาจะยอมให้เราแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ต้องใช้ 1ใน 3 หรือ 84 เสียงขึ้นไป ดังนั้นพลังของประชาชนจะช่วยกดดันเปลี่ยนแปลงวุฒิสภาได้เวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้น เพราะเสียงของประชาชนก็คือรัฐสภาเรามีหน้าที่จะทำให้เสียงของประชาชนที่อยู่ด้านนอกเกิดขึ้นจริงในสภา วุฒิสภาก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ด้วย "ญัตติในมาตรตรา 152 ในวันที่ 18 ก.ย. นี้ ทางเราได้เตรียมไว้อยู่ 6 คน โดยที่ผมจะเป็นคนเปิดโดยตั้งใจไว้ว่าจะใช้เวลาประมาณ60 นาที หลังจากนั้น 5คนที่เหลือจะมาขยายรายละเอียดต่อ ทั้งในเรื่องประเด็นของการถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งในเรื่องผลกระทบของในทางเศรษฐกิจในกรณีที่เมื่อเกิดความไม่แน่นอนชัดเจนว่าถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนจะส่งผลต่อคณะรัฐมนตรีอย่างไร มันทำให้มีผลกระทบทางเศรษฐกิจความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอย่างไร รวมไปถึงเรื่องนโยบายที่ทางรัฐบาลไม่ได้แจกแจงที่มาของรายได้ต่างๆ ทั้งหมดผู้อภิปรายของพรรคอนาคตใหม่เราพร้อมแล้วทุกคน ส่วนในเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะมาหรือไม่มาผมก็เข้าใจว่าต้องปฏิบัติภารกิจเพราะเป็นนายกรัฐมนตรีก็มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน แต่อยากขอให้ท่านได้มานั่งฟังในสภา มาบ้าง หายบ้างก็ยังดี แต่อย่าพยายามใช้ช่องทางการประชุมลับ อย่าใช้ช่องทางการเร่งปิดประชุม อย่าพยายามประท้วงจนไม่ได้อภิปรายกัน เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคณะรัฐมนตรี เรายืนยันว่าเปิดญัตติไปไม่ได้ต้องการจะล้มล้างรัฐบาล ถ้าเราอยากล้มรัฐบาลเราขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว แต่เราต้องการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลจริงๆ"