ชาวสวนพริกหนองคายยิ้ม ราคาพริกพุ่ง คว้านาทีทองส่งขายกิโลกรัมละ 110 บาท เผยราคาไม่แพงจนเกินไป

ภูมิภาค27 ม.ค. 2564 • 13:02 น.
ชาวสวนพริกหนองคายยิ้ม ราคาพริกพุ่ง คว้านาทีทองส่งขายกิโลกรัมละ 110 บาท เผยราคาไม่แพงจนเกินไป
ชาวสวนพริกหนองคายยิ้ม ราคาพริกพุ่ง คว้านาทีทองส่งขายกิโลกรัมละ 110 บาท เก็บขายกันแทบไม่ทัน ปีนี้ราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 110 บาท สร้างรายได้งดงาม ด้านแม่ค้าพริกเผยพริกหนองคายราคาไม่แพงจนเกินไปตามที่เป็นข่าว ส่วนสาเหตุราคาพริกปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง หลังจากพื้นที่เพาะปลูกพริกในหลายจังหวัดประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ชาวสวนพริกยิ้มกันหน้าบาน โอกาสทอง ของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกพริก เก็บออกขายกันแทบไม่ทัน ปีนี้ราคาซื้อขายพริกสด พุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 110 บาท สร้างรายได้อย่างงดงาม ให้กับเหล่าบรรดาเกษตรกรชาวสวนพริก ที่บ้านโพนสา ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เป็นอย่างมาก เก็บพริกออกมาขาย ให้กับลูกค้ากันทุก 4 วัน เที่ยวละกว่า 40-100 กิโลกรัมต่อราย การตลาดปีนี้สดใส พ่อค้าแม่ค้าต้องเดินทางมารับซื้อกันถึงที่ และสั่งจองพริกสด จากกลุ่มเกษตรกรกันล่วงหน้า กันเลยทีเดียว เพราะกลัวเกษตรกรขายไปให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายอื่น กลัวจะไม่ได้พริกสดไปจำหน่ายต่อ ซึ่งก็สร้างรายได้อย่างงดงาม ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกพริกขาย เฉลี่ยสูงถึงเที่ยวละประมาณ 20,000 - 30,000 บาทต่อรายกันเลยทีเดียว จึงมีเกษตรกรหันมาปลูกพริกกันเป็นจำนวนมาก ในขณะนี้ เช่นเดียวกับ ครอบครัวของ นางฮวน ยาพรม อายุ 57 ปี ที่อยู่ 49 ม.3 ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ที่ไม่ปลูกใบยาสูบแต่เห็นว่าราคาพริกมีราคางามจึงเลือกที่จะปลูกพริกแทน โดยปลูกด้วยระบบสายน้ำพุ่ง ให้น้ำในช่วงเช้า และให้ปุ๋ยมูลสัตว์ทางโคนต้น ใช้ระเวลาในการเพาะปลูกเพียง 3 เดือน ก็เริ่ม เก็บพริกสด ออกส่งขายให้กับลูกค้าได้ทันที ปีนี้ถือเป็นปีทองของพี่น้องผู้ปลูกพริก เนื่องจากทุกปีที่ผ่านมาราคาพริกสดจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 50 บาทเท่านั้น ปีนี้ราคาซื้อขายพริกสดจากเกษตรกรสูงถึงกิโลกรัมละ 110 บาทกันเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้เกษตรกรเริ่มเก็บพริกสดออกขายกันแล้ว โดยจะมีพ่อค้าทั้งในหนองคายและจังหวัดใกล้เคียง เดินทางเข้ามารับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ทุก 4 วัน มีเท่าไหร่เอาให้หมด รับชื้อกันแบบไม่อั้น เกษตรกรสามารถเก็บพริกสดออกขายได้ เฉลี่ยสูงถึงเที่ยวละ ประมาณกว่า 40-100 กิโลกรัม การตลาดปีนี้ถือว่าสดใสกว่าทุกปีที่ผ่านมา รายได้ก็ดีขึ้นตามมา เฉลี่ยมีรายได้จากการจำหน่ายพริกสดสูงถึง เที่ยวละประมาณ 20,000-30,000 บาท จากการเก็บพริกสดออกขายทุก 4 วัน สร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกอย่างงดงาม ขายดิบขายดีเป็นที่ต้องการของตลาด และผู้บริโภค จนเกษตรกรต้องมีการเตรียมขยายพื้นที่ ในการเพาะปลูกพริกออกไปอีก เพื่อให้เพียงพอกับการจำหน่าย และให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ยิ่งช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มเย็นสบาย ส่งผลดี ต่อการเจริญเติบโตของพริก ที่เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกกันเอาไว้ ส่วนที่ตลาดสดเทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ ได้มีบรรดาประชาชนพากันมาหาซื้อผักสดและพริกเพื่อนำเอาไปประกอบอาหารกันตามปกติ ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้ราคาพริกสดมีราคาพุ่งสูงขึ้นมากกว่าเดิมโดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พากันนำเอาพริกสดมาขายร่วมกับผักชนิดต่างๆ บอกว่าก่อนหน้านี้พริกสดราคาซื้อมาราคาถุงละ 1,100 บาท ต่อถุง และเมื่อนำเอามาพริกมาแบ่งขายต่อจะต้องขายกิโลกรัมละ 120 บาท โดยแม่ค้าขายผักสดคนหนึ่งของตลาดสดเทศบาลเมืองท่าบ่อ บอกว่า สาเหตุที่พริกสด มีราคาแพงมากนั้น เนื่องจากว่าตนต้องซื้อพริกสดมาจากแม่ค้าขายส่งที่รับมาขายส่ง 3 ถึง 4 ทอด เมื่อพริกมาถึงตนและแม่ค้าคนอื่นๆ ทำให้ราคาพริกสดต้องขายแพงขึ้นตามกลไกของตลาด แต่ว่าลูกค้าที่มาหาซื้อพริกก็เข้าใจว่าสาเหตุที่พริกสดแพงนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เมื่อก่อนจะพากันซื้อพริกไปทำอาหารมาก แต่เดี๋ยวนี้จะซื้อพริกไปประกอบอาหารน้อยลง แต่ว่าพริกก็ยังเป็นความต้องการของชาวอำเภอท่าบ่อ และชาวหนองคาย โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองท่าบ่อยืนยันตรงกันว่า ราคาพริกสดที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง หลังจากพื้นที่เพาะปลูกพริกในหลายจังหวัดประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะช่วงปลายปีเกิดอากาศหนาวเย็นนานหลายวัน ทำให้พริกไม่ออกดอก อีกทั้งพื้นที่เพาะปลูกพริกในภาคใต้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่วนกรณีมีข่าวพื้นที่ภาคอีสาน และ จ.นครราชสีมา มีการขายพริกขี้หนูเม็ดละ 1 บาท พ่อค้าแม่ค้ายืนยันว่าเป็นราคาที่แพงเกินเหตุ โดยในจังหวัดหนองคายไม่พบว่ามีการขายแพงขนาดนี้.