"ผอ.รพ.บุรีรัมย์" ยอมรับบกพร่องทำเด็ก 12 ไส้ติ่งแตกตาย พร้อมเยียวยา-ปรับปรุงระบบให้บริการ

ภูมิภาค7 มิ.ย. 2565 • 15:34 น.
"ผอ.รพ.บุรีรัมย์" ยอมรับบกพร่องทำเด็ก 12 ไส้ติ่งแตกตาย พร้อมเยียวยา-ปรับปรุงระบบให้บริการ

 

ผอ.รพ.บุรีรัมย์  สั่งจัดทีมลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกทำเรื่องเยียวยาครอบครัว น้องต้นน้ำ วัย 12 ปี ไส้ติ่งแตกเสียชีวิต เพราะหมอผ่าตัดล่าช้า พร้อมหารือคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลเพื่อปรับปรุงระบบการให้บริการ ไม่ให้เกิดเคสซ้ำรอย  ยันไม่มีคนไข้ วีไอพี. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียม 

    ความคืบหน้ากรณีที่นายสมบูรณ์  กรมไธสง   อายุ 42 ปี  ชาว ต.พุทไธสง  อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม  หลังจาก ด.ช.กิตติศักดิ์   กรมไธสง  หรือน้องต้นน้ำ  อายุ 12 ปี ลูกชาย  ซึ่งปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.1  ได้เสียชีวิตจากอาการไส้ติ่งแตกและติดเชื้อ  ขณะถูกส่งตัวไปผ่าตัดเพื่อรักษาที่ รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์   ซึ่งผู้เป็นพ่อติดใจว่าหมอผ่าตัดล่าช้าทำให้ลูกชายเสียชีวิต

  ล่าสุดวันนี้ (7 มิ.ย.65)  นพ.ภูวดล  กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์  ก็ได้สั่งการให้ทาง รพ.จัดทีมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับครอบครัวของน้องต้นน้ำที่เสียชีวิต ที่บ้าน พร้อมทั้งให้อำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารที่จะขอรับการเยียวยาตามสิทธิ์  ซึ่งยอมรับว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความบกพร่องของระบบการรักษาของ รพ. เอง  ทำให้เด็กได้รับการผ่าตัดล่าช้า  จนมีอาการหนักและเสียชีวิตในที่สุด  

                ซึ่งทาง รพ.ก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ถือเป็นบทเรียนที่ทาง รพ.เองจะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขระบบการให้บริการ เพื่อไม่ให้เกิดความบกพร่องผิดพลาดขึ้นซ้ำอีก   โดยจะมีการเรียกประชุมหารือกับทั้งคณะผู้บริหาร แพทย์   พยาบาล  และทีมผ่าตัด  เพื่อปรับระบบการให้บริการโดยเฉพาะเคสผ่าตัดที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งปัจจุบันทีมผ่าตัดมีเพียงพอแต่อาจจะบกพร่องในเรื่องของการจัดระบบมากกว่า    และยืนยันว่าผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงการบริการที่เท่าเทียมไม่มีคนไข้ วีไอพี. อย่างแน่นอน 

                ด้านนายพิสิทธิ์  ตุนพอน   ผญบ.บ้านหนองบก  ต.พุทไธสง  บอกว่า   ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับน้องต้นน้ำ  เพราะแค่ปวดท้องไส้ติ่งก็ไม่น่าจะถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งน้องอายุยังน้อย  และครอบครัวนี้ก็น่าสงสารอยู่แล้ว เพราะมีกันอยู่แค่ 3 คน คือ ย่า ที่อายุมากกว่า 80 ปี  ลูกชายที่เป็นพ่อของน้อง  และน้องต้นน้ำที่เสียชีวิต  ซึ่งเวลาที่พ่อออกไปทำงาน น้องต้นน้ำ ก็จะเป็นคนคอยดูแลหาข้าว หาน้ำให้ยายกิน น้องเป็นเด็กนิสัยดีมาก  หากเป็นไปได้ก็อยากให้ทางภาครัฐเข้ามาดูแลช่วยเหลือด้วย