ระนอง ชื่นชมทหารตำรวจเข้าทุบกระจกรถ ช่วยชีวิตเซลล์แมนหนุ่มวัย35 ไว้ได้ทัน

ภูมิภาค9 ม.ค. 2567 • 19:10 น.
ระนอง ชื่นชมทหารตำรวจเข้าทุบกระจกรถ ช่วยชีวิตเซลล์แมนหนุ่มวัย35 ไว้ได้ทัน

 

 เด็กปั๊มน้ำมัน ปตท.ระนอง พบร่างชายนอนน้ำลายฟูมปาก สลบนิ่งอยู่ภายในรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นปาเจโร่ สปอร์ต ก่อนวิ่งไปตาม สห.ซึ่งอยู่ใกล้เคียง  พร้อมแจ้งตำรวจและรถพยาบาลกู้ชีพ รพ.ระนอง มาช่วย CPR ปั๊มหัวใจ ก่อนใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งตึกอุบัติเหตุ รพ.ระนองทันที   พบแผ่นกระโน้ตปริศนา เขียนทิ้งไว้คอนโซลหน้ารถยนต์  ไม่แน่ใจว่าตั้งใจกินยาปลิดชีพหรือเกิดเหตุป่วยกะทันหัน  

 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น.ร.ต.อ.ศุภชัย  บุญธรรม รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ มีชายนอนหมดสติอยู่ภายในรถยนต์  ที่จอดไว้ภายในที่จอดรถ ปั๊มน้ำมัน ปตท.เทพศิรินทร์ ต.บางนอน อ.เมืองระนอง จ.ระนอง  จึงเร่งรุดเข้าตรวจสอบเหตุ

 ในที่เกิดเหตุ  ทหารและตำรวจ ได้ช่วยกันทุบกระจกหลัง รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต สีเทา หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร  ก่อนปลดล็อคประตู เพื่อนำร่างชายอายุ 35 ปี ทราบชื่อต่อมา นายโรจน์วิทย์ (ขอสงวนนามสกุล)  อาชีพเซลล์แมนขายอวนดำ  ที่อยู่ในสภาพน้ำลายและเลือดฟูมปาก และหมดสติ  ออกมาทำ CPR  ก่อนนำขึ้นรถพยาบาลฉุกเฉิน ใส่ท่อช่วยหายใจ  และรีบนำตัวส่ง รพ.ระนอง ทันที    และที่คอนโซลกระจกหน้ารถยนต์  ยังพบแผ่นกระดาษ เขียนสั่งเสียระบุไว้ว่า “ผมเปิดห้องพักไว้ที่ โรงแรม Apple ห้อง 109 ช่วยติดต่อเบอร์  081 ____   เค้าชื่อช่างโจ เค้าติดต่อเมียผมได้”



ร.ท.ธีระ มณีโชติ  ผู้บังคับหมวด กองร้อย สารวัตรทหาร มณฑลทหารบกที่ 44 ค่ายเขตต์อุดมศักดิ์ ชุมพร  พร้อมกำลัง สห.อีก 3 นาย  ได้เข้ามาช่วยชีวิตเซลล์แมนหนุ่มรายนี้ ได้เล่าเหตุการณ์ว่า  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ การดูแลความปลอดภัยให้กับคณะรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และกำลังเดินทางกลับที่ตั้ง ได้จอดแวะที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.ระนอง  ก่อนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ มีคนเป็นลมหมดสติอยู่ภายในรถยนต์  จึงวิ่งมาดูในจุดเกิดเหตุ เมื่อส่องเข้าไปดูภายในรถยนต์ พบชายนอนในรถยนต์มีน้ำลายฟูมปาก จึงรีบประสานกับทางตำรวจ และหน่วยกู้ชีพ รพ.ระนอง มาในที่เกิดเหตุ มีวิเคราะห์แล้วหากไม่รีบดำเนินการช่วยเหลทือทันที อาจจะเกิดการสูญเสียเกิดขึ้นได้  จึงตัดสินใจทุบกระจกด้วย ดิ้วเหล็กกระบองป้องกันตัว  ก่อนจะเข้าไปด้านในรถยนต์เพื่อปลดล็อคประตูออก  ก่อนนำผู้ป่วยออกมาจากที่นั่งฝั่งคนขับ

 พ.ต.ต.สุรศักดิ์  บุญทองสังข์  สวป.สภ.เมืองระนอง  ได้กล่าวต่อว่า ลักษณะร่างของผู้ป่วย ค่อนข้างรูปร่างใหญ่  จึงต้องเปิดประตูอีกด้านเพื่อนำตัวคนขับลง มีน้ำลายฟูมปากปนเลือดออกมาไม่รู้สึกตัว  เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้ทันเวลา พร้อมขอให้พี่เค้าได้อยู่ต่อ เพื่อจะได้ดูแลครอบครัวตนเองต่อไป  พร้อมกล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยรายนี้ ก่อนหน้ามีการแจ้งหายใน เพจ กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์  ก่อนหน้านี้  โดยครั้งสุดท้ายน่าจะออกมาจากที่พัก  สุดท้ายมาพบเจออยู่ตรงจุดนี้  ซึ่งทางญาติได้แจ้งตามหาเมื่อเที่ยงที่ผ่านมา

ซึ่งร.ท.ธีระ มณีโชติ   หลังเสร็จสิ้นการช่วยเหลือผู้ป่วย ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า การช่วยเหลือผู้อื่น มันเป็นหน้าที่ของพลเมือง ที่จำเป็นต้องช่วยเหลือผู้อื่นทุกครั้ง และด้วยหน้าที่ของทหารและนโยบายแล้วทั้งส่วนตัว เราต้องรีบเข้าช่วยเหลือทันที

 ก่อนหน้าที่จะมาพบผู้ป่วยรายนี้  ได้มีการติดตามหาคนหาย  จากเพจกู้ภัยระนอง ชื่อนาย โรจว์วิทย์ ชื่อเล่น อัส เมื่อคืน เช็คอินเข้าพักที่ โรงแรมแอปเปิ้ล เมื่อคืน ช่วงเช้าให้ทางโรงแรมเช็คในห้องก็ไม่พบตัวและรถ จนถึงตอนนี้ ขาดการติอต่อ  ทางบ้านเป็นห่วงมาก เพราะมีโรคประจำตัว  ผู้ใดพบเจอโทรหาภรรยา หรือศูนย์กู้ภัยระนอง ก่อนจะมาพบในช่วงบ่ายที่ผ่านมา   ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ป่วยเขียนบันทึกทิ้งไว้ ว่าสาเหตุใดจึงต้องเขียนหนังสือเขียนโน็ต ทิ้งไว้หน้ารถ ว่าสาเหตุมาจากความตั้งใจที่จะกินยาจบชีวิตลง หรือมีอาการป่วยกะทันหัน  ทำไมไม่เปิดประตูลงจากรถมาขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่พลุกพล่านภายในปั๊มน้ำมัน   โดยที่หลังรถจะมีทั้งกองเสื้อยืดและปฎิทินในกระสอบ ที่จะนำมาแจกให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอวนดำ ในจังหวัดระนอง

 พร้อมตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เซลล์แมนหนุ่มรายนี้ ได้ขับรถยนต์ เข้ามาจอดภายในปั๊มน้ำมัน เมื่อเวลา 01.20 น.  มีลงมาช่วงลงมายืนสูบบุหรี่หน้ารถ  ก่อนจะกลับไปขึ้นรถที่สตาร์ทเครื่อง เปิดแอร์ทิ้งไว้  จนกระทั่งมีคนมาพบและช่วยเหลือ ในเวลา 14.00 น. หลังผ่านไปร่วม 12 ช.ม.  ซึ่งการติดตามหาคนหาย ในสื่อออนไลน์  มีพยานชี้ว่า  ช่วงประมาณสามสี่ทุมคืนที่ผ่านมา เซลล์แมนหนุ่ม ได้ขับรถไปหาซื้อยา แก้แพ้  ที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง  จากร้านขายยาแห่งหนึ่ง กลางเมืองระนอง  โดยอาการล่าสุดยังสาหัส  อยู่ในห้องผู้ป่วยไอซียู  ไม่สามารถให้ปากคำได้   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป