อดีตกรรมการวัดครูบาไก่รุ่นแรก เข้ายื่นเอกสารให้สำนักงานพระพุทธศาสนา ยืนยันทอง 188 บาทหล่อพระแล้ว
อดีตกรรมการวัดครูบาไก่รุ่นแรก เข้ายื่นเอกสารให้สำนักงานพระพุทธศาสนา ยืนยันทอง 188 บาทหล่อพระแล้ว เผยช่วงที่อยู่วัดครูบาไก่ ไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับหญิง เพราะรุ่นแรกเข้มงวดมาก ส่วนการสร้างพระวิหารไม่เสร็จ พระถูกขวางจากคนดัง
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 16 ม.ค. 2566 ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายคำรณ ธรรมโคตร 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 392 ม.2 ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินก่อสร้างวัดที่พักสงฆ์ วัดป่าปฐมเทวาราม บ้านป่าผุ ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หรือวัดครูบาไก่บนเนื้อที่ 12 ไร่ พร้อมทั้งตัวแทนคณะกรรมการชุดแรกหรือชุดก่อตั้งวัด เข้ายื่นหนังสือกับ นางสมเจตน์ แก้วไสย์ นักวิชาการศาสนา ชำนาญการ สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีเรื่องทองคำ 188 บาท และการสร้างพระวิหารในวัดครูบาไก่
นายคำรณ กล่าวว่า เดินทางมาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ก็เนื่องจาก หลังมีข่าวเกี่ยวข้องกับครูบาไก่ และมีการพูดถึงทองคำหนัก 188 บาทที่ญาติโยมนำมาร่วมทำบุญหล่อพระ เพื่อใส่ไว้ในฐานประฐานองค์พระปฐมที่พระวิหารเมื่อก่อสร้างพระวิหารเสร็จสิ้น รวมถึงเรื่องการก่อสร้างพระวิหาร ที่ถูกลูกศิษย์ของคณูบาไก่ตำหนิ ในเรื่องการสร้างพระวิหารที่ไม่มีวิศวกร
"ได้ติดตามครูบาไก่มาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงกลางปี 2564 จึงได้พากันถอนตัวออกจากครูบาไก่ เนื่องจากติดตามครูบาไก่ ในเรื่องช่วยชาวบ้านนที่เจ็บป่วย ขุดพระจากใต้ดิน จนเหมือนมีหูทิพย์ ตาทิพย์ เพราะทุกครั้งที่จะขุดพระเหมือมีนิมิตรมาบอกให้ขุดหาพระในจุดต่างๆหลายแห่ง และเฝ้าติดตามมาโดยตลอดจนเกิดความศรัทธา แต่ขณะนั้นครูบาไก่ จำพรรษาที่วัดอื่น และด้วยความศรัทธา จึงหารือในกลุ่มลูกศิษย์ และคณะกรรมการชุดแรกว่า จะหาที่ดินสร้างวัดให้ครูบาไก่ จนมาได้ที่ดิน จำนวน 12 ไร่ ที่ป่าโคกหลวง หรือหลุบเสี้ยว ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดครูบาไก่ในขณะนี้ เมื่อหาที่ดินได้ จึงนำเรียนครูบาไก่ให้ทราบ และตรงกับคสามต้องการของครูบาไก่ด้วย จากนั้นจึงได้ร่วมกันตรวจเช็คว่า ที่ดินจัดดังกล่าวมีใครครอบครองหรือเป็นที่สาธารณะประโยชน์ จนพบว่า มีทั้งโฉนดและการครอบครองด้วย นส.2และใบจอง แต่ทุกคนไม่ขัดข้องที่จะให้สร้างวัด จากนั้นก็มีเจ้าของโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวมาซื้อที่ดินถวาย เพื่อสร้างวัด เมื่อการซื้อที่ดินเรียบร้อย จึงได้ยื่นเรื่องขออนุญาตสร้างวัด แต่ในเบื้องต้น ทาวราชการอนุญาตให้เป็นที่พักสงฆ์มาจนถึงปัจจุบัน ที่มีสายบุญและมีลูกศิษย์ จำนวนมาก"
นายคำรณ กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงปี 2563 มีการเริ่มสร้างพระวิหาร โดยทางครูบาไก่ให้ทีมช่างซึ่งส่วนใหญ่มาจากชาวบ้านที่มีฝีมือในการก่อสร้างโดยเริ่มสร้างจากฐานราก ราคา 3 ล้านบาท จากนั้นก็สร้างโครงหลังคา 3 ล้านบาท ซึ่งในการก่อสร้าง ครูบาไก่จะจ้างวิศวกรเขียนแบบ มาให้ทีมช่างสร้างตามแบบนั้นๆ แต่ในปี 2564 ขณะที่กำลังก่อสร้างโครงหลังคานั้น ก็มีสายบุญ ซึ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงในการใบ้หวย ทักท้วงขึ้นมาว่าการก่อสร้างที่ไม่มีวิศวกรคุมงานนั้นไม่เอา และให้ช่างชุดเดิมออกไป จะจ้างช่างชุดใหม่มาจัดการเอง จึงพากันออกจากวัดไป
"สำหรับทองคำ หนัก 188 บาท ที่มีการพูดถึงกันในช่วงที่เป็นข่าวว่าเห็นทองทั้งหมดจริงๆ เนื่องจากครูบาไก่บอกว่า อยากได้เกศาของพระสมเด็จองค์ปฐมองค์แรกเป็นทองคำ ครูบาไก่จึงมีการโพสเฟสบุ๊คขอให้สายบุญร่วมบริจาคทองคำ เพื่อสร้างเกศาตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมีสายบุญมาร่วมทำบุญด้วยทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 188 บาท และในวันที่ 18 ก.ค 2564 ทางวัดก็ได้ทำพิธีหล่อพระสมเด็จองค์ปฐมองค์แรกได้จำนวน 64 องค์ และครูบาไก่ก็เอาพระที่หล่อเสร็จซึ่งเป็นทองคำแท้ไปเก็บไว้ แต่ไม่ทราบว่าเก็บที่ใด แต่คาดว่าน่าจะเก็บไว้ในตู้เซฟ เมื่อทางวัด ยุติการก่อสร้างไม่ให้ช่างชุดเดิมมายุ่งเกี่ยวก็เลยไม่ยุ่ง ส่วนเรื่องทองน้ำหนักรวม 188 บาทที่สายบุญร่วมทำบุญนั้นก็มีการหล่อพระเรียบร้อยแล้ว และอยากให้สายบุญศิษยานุศิษย์ของครูบาไก่ได้เข้าใจด้วยว่า การสร้างพระวิหารไม่เสร็จไม่ใช่ช่างทิ้งงาน แต่เกิดจากคนใบ้หวยห้ามสร้างต่อ เพราะทีมช่างชุดเดิมไม่มีวิศวกรมาคุมงาน ส่วนเรื่องทองก็หล่อเป็นพระ64 องค์เรียบร้อยแล้ว”
นายคำรณ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตั้งแต่ติดตามครูบาไก่ไปตามที่ต่างๆและมานอนที่วัดด้วยกันไม่ เคยมีพฤติกรรมที่แปลกหรือเปลี่ยนไป อีกทั้งคณะกรรมการและลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด จะวางขอบเขต ห้ามญาติโยมที่เป็นหญิงเข้าใกล้ครูบาเด็ดขาด ส่วนพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนทางเพศไปชอบผู้ชายก็ไม่เคยเห็น เพราะผู้ชายที่ใกล้ชิดรับใช้ครูบาไก่ก็คือลูกหลานสายเลือดเดียวกับครูบาไก่ทุกคน จึงไม่เชื่อตามที่ถูกกล่าวหา เพราะไม่เคยเห็น และไม่รู้จักชายหนุ่มชื่อเจน
อย่างไรก็ตามสำหรับการที่นำคณะกรรมการบางคนมาพบผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาขอแก่น ก็เพื่อนำหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องมามอบให้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกๆเรื่องที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้
ขณะที่นายติราช นาถปุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงกรณีที่ทางกรรมการวัดชุดแรกนำเอกสารหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกรณีของครูบาไก่มายื่นให้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำข้อมูลที่ได้ถวายให้กับทางคณะสงฆ์ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อให้ทางคณะสงฆ์นำไปประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนผลสรุปอย่างไรนั้นคณะสงฆ์จะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบพระธรรมวินัยของสงฆ์เอง และเบื้องต้นนั้นการดำเนินการตรวจสอบของทางคณะสงฆ์ต้องยุติชั่วคราวเพื่อรอผลทางกฎหมายภายหลังจากทางครูบาไก่เข้าแจ้งความดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอาญาก่อน หากสิ้นสุดคดีความดังกล่าวแล้วอาจจะถึงชั้นฏีกา หากศาลมีคำสั่งอย่างไรก็จะนำคำตัดสินของศาลมาดำเนินการในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ทางคณะสงฆ์ตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป