ประมงจังหวัดสมุทรปราการแจงลูกจรเข้ที่เจอต้องรอพิสูจน์สายพันธุ์
จากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 1 ต.บางโปรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบลูกจระเข้ อยู่ในคลองบางโปรง ติดการการไฟฟ้าพระนครใต้ สมุทรปราการ และจับลูกจระเข้ตัวดังกล่าวมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.บางโปรง ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดสมุทรปราการ มาตรวจสอบพบว่าลูกจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นสายพันธุ์แม่น้ำไนล์ หรือไม่ อย่าเพิ่งปักใจเชื่อตามที่เป็นข่าว
ด้านนายพงษ์วรรณ ศุขโภคา นายก อบต.บางโปรง กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุเป็นช่วงเย็นได้มีชาวบ้านได้นำลูกจระเข้ตัวดังกล่าวมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.โดยบอกว่าจับลูกจระเข้ได้ที่บริเวณริมคลองบางโปรง ซึ่งอยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำบางโปรง ที่อยู่ติดกับโรงไฟฟ้าพระนครใต้ สมุทรปราการ หลังจากที่รับลูกจระเข้ตัวดังกล่าวมาได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรปราการ ให้มาตรวจสอบพบว่าลูกจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นจระเข้สายพันธุ์แม่น้ำไนล์ หรือไม่
ด้านนายมานพ หนูสอน ประมงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวก็ได้ลงพื้นที่โดยแบ่งชุดทำงานออกเป็น 2 ชุด คือชุดที่ออกไปในพืนที่ ที่เกิดเหตุ กับอีกชุดซึ่งได้สั่งการให้ไปตรวจฟาร์มจรเข้ที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อที่จะให้สอดคล้องกันเพื่อหาข้อเท็จจริงของแหล่งที่มา โดยมีชาวบ้านที่ได้ช่วยกันจับลูกจรเข้ไว้ และนำมามอบไว้ที่อบต.บางโปรง และได้ไปตรวจดูลักษณะของจรเข้ที่จับได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เนื่องจากจรเข้นั้นเป็นสัตว์สงวนและคุ้มครอง ซึ่งถือว่าจรเข้เป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองซึ่งเป็นไปตามพรบ.ปี 2535
ส่วนจรเข้ที่พบในเมืองไทยนั้นมีอยู่ 2 อย่างคือ ได้จากการเพาะพันธุ์และได้จากธรรมชาติ ซึ่งเพาะพันธุ์ตามธรรมชาตินั้น ถือว่ายากมากที่จะเจอ ส่วนใบอนุญาตนั้นก็จะมีเงื่อนไขต่างๆ เช่นเพาะเลี้ยงหรือจำหน่ายทางการค้า ในสมุทรปราการนั้นมีฟาร์มจรเข้ที่ได้จดทะเบียนไว้ ทั้งหมด 5 ฟาร์ม ส่วนจุดที่พบจรเข้นั้น จะอยู่ห่างจากฟาร์มจรเข้ ประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะหลุดรอดออกมาจากฟาร์ม เพราะในฟาร์มฯ ได้มีการควบคุมมีระบบการดูแลที่ได้มาตรฐาน ส่วนลูกจรเข้ที่เจอนั้นคาดการว่าน่าจะนำเข้ามาจากต่างประเทศที่ชาวบ้านรายย่อยที่นำมาเลี้ยงแล้วหลุดรอดออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เบื้องต้นได้นำจรเข้ตัวดังกล่าวนำไปเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสมุทรปราการที่อ.บางบ่อ ช่วงนี้เราได้ทำตามกระบวนการคือประกาศหาตัวเจ้าของอยู่ให้นำหลักฐานมาแสดง หาก4-5วันไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ จรเข้ก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน โดยจะนำจรเข้ไปเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์ที่หน่วยงานกรมประมงกำหนดไว้ในระเบียบ ซึ่งบริเวณที่ใกล้ที่สุดจากสมุทรปราการ ก็คือ ศูนย์วิจัยและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดชัยนาท หรือนครสวรรค์ หรือจังหวัดแพร่
ำ
ส่วนการเฝ้าระวังต่างๆนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้กำชับและมีความเป็นห่วง เนื่องจากมีกระแสข่าวที่ผิดจากข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความวิตกกังวล และหากพบเจอจรเข้เพิ่มเติมก็ขอให้แจ้งมายังประมงจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมมีชุดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะบางคนนำภาพที่ไม่เป็นความจริงออกมาโพสต์ เช่นนำจรเข้ตัวใหญ่มาโพสต์ต่อจากจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งทำให้ข้อเท็จจริงเกิดความผิดพลาด ซึ่งจรเข้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาตินั้นยากโดยเฉพาะกว่าจะหาคู่เจอ ก็ถือเป็นเรื่องที่ยากโดยเฉพาะแหล่งที่อยู่ต้องมีความสมบูรณ์ ขอให้ประชาชนคลายความกังวลใจได้ ยิ่งผสมข้ามสายพันธุ์ก็เป็นเรื่องที่ยากเช่นกัน
และที่บอกว่าจรเข้ที่เจอเป็นสายพันธุ์แม่น้ำไนท์นั้น กฎหมายนำเข้าและส่งออกเราก็ดูแลอยู่ แต่เมื่อเข้ามาแล้วผู้ที่ซื้อขายกันหรือนำมาเลี้ยงนั้นก็ต้องคอยดูแลตรงนี้ด้วยไม่ให้หลุดรอดออกไป ส่วนอำนาจหน้าที่ของกรมประมงเองก็จะเป็นพันธุ์ไทยจรเข้น้ำจืดหรือน้ำเค็ม ซึ่งอยู่ในบัญชีที่เราควบคุมตามอำนาจหน้าที่
และเนื่องจากจรเข้ที่เจอนั้นเป็นขนาดที่เล็กมากประมาณ 1 ฟุตเท่านั้น การจะแยกว่าเป็นสายพันธุ์ไหนนั้นค่อนข้างยาก จึงจะนำส่งหน่วยงานของกรมประมงเพื่อพิสูจน์ว่า เป็นสายพันธุ์ไหนกันแน่ ซึ่งอย่าไปฟันธงว่าเป็นสายพันธุ์แม่น้ำไนท์ตามที่เป็นข่าว แต่จะให้ผู้เชี่ยวชาญได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง ว่าจรเข้ตัวที่จับได้นั้นเป็นสายพันธุ์ไหน ส่วนจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมียก็ยังไม่สามารถตอบได้เพราะขนาดของจรเข้นั้นเล็กมาก เพราะจรเข้ต่างถิ่นกับจรเข้ในไทยนั้นจะมีรูปร่างและลักษณะการเคลื่อนไหวต่างกัน
ด้าน เด็กชายชัยวุธ เหลี่ยมครุฑ อายุ 15 ปี คนที่พบเห็นลูกจระเข้ตัวดังกล่าวและเป็นคนจับมามอบให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ อบต.บางโปรง กล่าวว่า ในวันที่พบลูกจระเข้ ตนได้ออกมางมปลาจับหอยอยู่ในคลองบางโปรง ทางด้านนอกประตูระบายน้ำออกเจ้าพระยา ในระหว่างที่ตนกำลังงมหาปลาอยู่นั้นได้พบเห็นเจ้าลูกจระเข้ตัวดังกล่าวมียืนอ้าปากตากแดดอยู่บนฝั่ง จึงจึงได้เอาก้อนหินขวางใส่ แต่มันก็ไม่ไปไหน ตนจึงได้ถอดเสื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำและปีนขึ้นมาบนฝั่งและเสื้อโยนเข้าไปปิดทับตัวลูกจระเข้ตัวดังกล่าวก่อนที่จะใช้มือจับลูกจระเข้ตัวดังกล่าวใส่กระป๋องเอาไว้และออกไปงมหอยจับปลาต่อ และนำลูกจระเข้ตัวดังกล่าวกลับไปที่บ้านด้วยกะว่าจะเอาไปเลี้ยง แต่ก็ถูกยายห้ามเอาไว้ ตนจึงได้นำลูกจระเข้ตัวดังกล่าวมาให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่ อบต.บาง โปรง
สมุทรปราการ สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์