รองอธิบดีกรมชลฯลงพื้นที่ มอบแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมตรัง
รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจสอบคันดินกั้นน้ำขาด มอบแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมตรวจการก่อสร้างประตูระบายน้ำในโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้พื้นที่จังหวัดตรัง ประสบปัญหายน้ำท่วมในพลายพื้นที่ ล่าสุดนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายประพิศจันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบคันดินกั้นน้ำขาดจากการถูกน้ำกัดเซาะ พร้อมตรวจการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ณ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง
นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการผันน้ำ ที่จะช่วยผันน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำตรัง ดำเนินการมาแล้วกว่าร้อยละ 90 ทั้งการขุดหรือทำคันกั้นน้ำ ในขณะเดียวกัน จะมีอาคารประตูระบายน้ำ 2 แห่ง สะพาน 44 แห่ง ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ และโครงการดังกล่าว ก่อประโยชน์ให้กับพื้นที่ ป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง แต่ยังมีจุดอ่อน ซึ่งจะต้องควบคุมเพื่อมิให้คันดินที่มีอยู่ เสียหายมากกว่าเดิม ด้วยการนำกล่องแกเบียนหรือกล่องหินมาวางเรียง เป็นประสบการณ์จากลำน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จภายใน 2 วัน
นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จังหวัดตรังได้เร้งให้ความช่วยเหลือประชาชน แม้ขณะนี้ ฝนตกน้อยลงแต่ยังประมาทไม่ได้ ซึ่งได้กำชับให้ทุกท้องที่ได้ติดตาม รายงานสถานการณ์น้ำ ปริมาณน้ำ และครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยเข้ามาอย่างต่อเนืท่อง ทั้งนี้ จังหวัดตรังร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง ได้นำสิ่งของไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบางรัก จำนวน 50 ครัวเรือน และทางชลประทานจะเร่งผลักดันน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ และสั่งการให้ทุกท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับแจ้งกรณีที่ประชาชนต้องการอพยพย้ายสิ่งของต่าง ๆ ตอนนี้ได้สั่งการเตรียมความพร้อมทุกหน่วยทุกพื้นที่และทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ ในเบื้องต้นทาง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรังได้สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1,000 ชุด ด้วย
* สั่งเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม
นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มีการเรียก้จ่าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มจังหวัดตรัง ณ ห้องศรีตรัง ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 3 ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ในลุ่มน้ำสายหลักพื้นที่ลุ่มน้าภาคใต้ฝั่งตะวัน พื้นที่ต้นแม่น้ำตรังปัจจุบันมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในคลองธรรมชาติสายต่าง ๆ มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น การระบายน้ำยังคงระบายได้ดี ทั้งนี้จังหวัดตรังได้รับรายงานจากอำเภอ มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง คลองนางน้อย คลองชี และคลองสว่าง ได้รับผลกระทบ 7อำเภอ 3 เทศบาล 3 ชุมชน 27 ตำบล 83 หมู่บ้าน 920 ครัวเรือน ดินสไลด์ 2หลัง ได้แก่ อ.เมืองตรัง ได้รับผลกระทบ 2 เทศบาล 3 ชุมชน 8 ตำบล26 หมู่บ้าน 450 ครัวเรือน
นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า อำเภอสิเกาได้รับผลกระทบ 1 เทศบาล 1 ตำบล 9 หมู่บ้าน 50 ครัวเรือนอำเภอวังวิเศษ ได้รับผลกระทบ 4 ตำบล 20 หมู่บ้าน 211 ครัวเรือน อำเภอกันตัง ได้รับผลกระทบ2 ตำบล 4 หมู่บ้าน 23ครัวเรือน ดินสไลด์ทับ 1 หลัง อำเภอห้วยยอด ได้รับผลกระทบ 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน22 ครัวเรือน อำเภอนาโยง ได้รับผลกระทบ 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน 137 ครัวเรือน อำเภอปะเหลียน ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 14หมู่บ้าน 27 ครัวเรือน
"ในด้านการให้ความช่วยเหลือได้สั่งการให้หัวหน้าส่วนราชการลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์เบื้องต้น และดำเนินการช่วยขนย้ายสิ่งของ จัดสถานที่อพยพให้ผู้ประสบภัยและช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง สนับสนุนเรือท้องแบนให้เทศบาลตำบลนาเมืองเพชรจำนวน 2 ลำ ร.15 พัน 4 ส่งกำลังพลลงพื้นที่ช่วยเหลือขนย้ายผู้ประสบภัย โครงการชลประทานตรังสนับสนุนเครื่องจักรจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำและเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดตรังฝนหยุดตก ระดับน้ำในหลายพื้นที่มีปริมาณคงที่และลดลงบางพื้นที่" นายขจรศักดิ์ กล่าว
* เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่ม
นายขจรศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาออก ประกาศพายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) "นังกา" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ฉบับที่ 3 (214/2563) มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14-16 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นในบริเวณด้านตะวันออกและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและควรงดการเดินเรือในระยะนี้ โดยสามารถติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.thหรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ 10 อำเภอ เฝ้าระวังสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่านและพื้นที่เสี่ยงภัย กำชับหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้และยานพาหนะในการเตรียมการช่วยเหลือ รวมทั้งตรวจสอบช่องทางระบายน้ำในเขตเมือง ป้ายโฆษณาและต้นไม้ใหญ่ที่ไม่แข็งแรง เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ ตลอด 24 ชั่วโมง
* เร่งระบายน้ำช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เวลา 09.00 น.นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง และตำบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยงซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดตรัง ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง,อ.นาโยง,อ.กันตัง,อ.ห้วยยอด,อ.วังวิเศษ,อ.สิเกา และอำเภอปะเหลียน 27 ตำบล 3 เทศบาล 3 ชุมชน 83 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 920 ครัวเรือน
"จังหวัดตรัง โดย นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ได้ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์เบื้องต้น อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมขนย้ายสิ่งของและจัดสถานที่อพยพให้ผู้ประสบภัยและช่วยเหลือเบื้องต้น ในขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง สนับสนุนเรือท้องแบนให้กับทางเทศบาลตำบลนาเมืองเพชร จำนวน 2 ลำ" นายขจรศักดิ์ กล่าว
* เร่งแก้ปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งกระทบ 5 อำเภอ
นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดตรัง มีปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากคลองนางน้อย คลองชี และคลองสว่าง ส่งผลกระทบกับประชาชนใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองตรัง อำเภอสิเกา อำเภอนาโยง อำเภอวังวิเศษ อำเภอห้วยยอด และอำเภอกันตัง ทั้งนี้ สถานการณ์ในลุ่มน้ำสายหลัก พื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก พื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำตรัง มีฝนตกเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ระดับน้ำในคลองธรรมชาติสายต่าง ๆ มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น การระบายน้ำยังคงระบายได้ดี อย่างไรก็ตาม จังหวัดตรัง ได้เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มและคลื่นลมแรงจังหวัดตรัง พร้อมประสานกำลังพลและเครื่องมืออุปกรณ์จากทางกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 เพื่อรองรับสถานการณ์สาธารณภัย ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล
นายรุทร์ อินนุพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องมานาน ทำให้น้ำในแม่น้ำตรังยกระดับสูงขึ้น เอ่อล้นจากปากคลองผันน้ำ กัดเซาะคันดินและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน คันดินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง ทำให้มวลน้ำในแม่น้ำตรังไหลเข้าสู่คลองลัดน้ำ ช่วยลดระดับน้ำในแม่น้ำตรัง ลดความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมในเขตเมือง แต่ก็มีผลกระทบส่วนหนึ่งกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นลุ่มต่ำ
"ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ตรวจสอบพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งหมดพร้อมสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เพื่อช่วยสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำด้านล่างออกสู่ทะเล เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้รวดเร็วที่สุดและมากที่สุด โดยกรมชลประทานจะมีสถานีวัดน้ำท่าตลอดริมแม่น้ำตรัง ซึ่งได้ทำการติดตามระดับน้ำทุกชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตรังด้วย" นายรุทร์ กล่าว
* จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย
นายชาญวิทย์ สุทเธนร์ นายช่างชลประทานอาวุโส ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการโครงการชลประทานตรัง เปิดเผยว่า โครงการชลประทานตรัง ลงพื้นที่สำรวจปริมาณน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งน้ำในลำน้ำธรรมชาติ น้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำที่อยู่ในอาคารชลประทานต่าง ๆ พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำตรัง คลองปะเหลียน ฝายคลองนางน้อย คลองกะลาเส แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง ระดับน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
"ทั้งนี้ น้ำจากคลองนางน้อยได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองนางน้อยและผิวจราจรภายในหมู่บ้าน ระดับน้ำ 30 เซนติเมตร รถทุกชนิดยังคงผ่านได้ โครงการชลประทานตรัง ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำ เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 19 เครื่อง โดยเฉพาะที่วัดประสิทธิชัย ริมฝั่งแม่น้ำตรัง และพื้นที่ตำบลนาท่ามใต้ รวมถึงเครื่องผลักดันน้ำ 16 เครื่อง เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยด้วย" นายชาญวิทย์
เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายอนันต์ พรหมเพียรพงษ์ นายอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า วันนี้(15 ตุลาคม 2563) สถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอรัษฎา พื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองบัว ซึ่งรับมวลน้ำมาจากอำเภอทุ่งสง ลงคลองกะปาง ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำตรัง ระดับน้ำลดลง จากเมื่อวานนี้(14 ตุลาคม 2563)ประมาณ 50 เซนติเมตร ขณะที่ พื้นที่หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 14 ตำบลควนเมา ระดับน้ำในแม่น้ำตรัง เพิ่มสูงขึ้น ล้นตลิ่งเฉพาะที่ราบต่ำ ท่วมพื้นที่การเกษตร แต่ระดับน้ำที่ท่วมไม่สูง ยังไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนบ้านเรือนราษฎร ยังไม่ประสบกับภาวะน้ำท่วม ขณะนี้ปริมาณฝนตกในพื้นที่ลดน้อยลง มีแดดออก หากไม่มีฝนตกเพิ่มลงมาอีก และเร่งการระบายน้ำ คงเข้าสู่ภาวะปกติในไม่ช้า
ด้านนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำภอปะเหลียน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปะเหลียน ครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมในบริเวณบ้านเรือน ประกอบด้วย พื้นที่ตำบลบางด้วน ม.2, ม.6 จำนวน 6 ครัวเรือน ตำบลบ้านนา ม.6 , ม.11 จำนวน 5 ครัวเรือน ตำบลสุโสะ ม.6 จำนวน 2ครัวเรือน ตำบลลิพัง ม.3, ม.5 จำนวน 8 ครัวเรือน ตำบลแหลมสอม ม.2, ม. 11 จำนวน 3 ครัวเรือนตำบลปะเหลียน ม.8, ม.9 จำนวนหลายครัวเรือน และมีครัวเรือนได้รับผลกระทบจากต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนในพื้นที่ตำบลบางด้วน ม.4 จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลบ้านนา ม.1 จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลท่าพญา ม.1 จำนวน 1 ครัวเรือน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมขนย้ายสิ่งของและจัดสถานที่อพยพให้ผู้ประสบภัยและช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
* บริหารจัดการเส้นทางพร้อมจัดหาทางเลี่ยง
นายธีรพร จิระรัตนากร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทตรัง กล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทตรัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ สาย ตง.๓๐๐๒ แยก ทล.419 - บ.หลังเขา อ.เมือง, เขาวิเศษ จ.ตรัง เนื่องจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดตรัง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัดตรัง เป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ที่ประสบปัญหา ซึ่งแขวงทางหลวงชนบทตรังได้บริหารจัดการเส้นทาง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมจัดหาทางเลี่ยง กรณีเส้นทางหลักไม่สามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนรับทราบ
นายธีรพร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ แขวงทางหลวงชนบทตรัง ได้ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ ตัดแต่งกิ่งไม้ ที่อาจล้มทับกีดขวางเส้นทางจราจร รวมทั้งกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางระบายน้ำ ท่อลอด สะพาน มาอย่างต่อเนื่องและยังได้จัดเตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัยอย่างทันที
"ในวันนี้ผทพร้อมเจ้าหน้าที่ ฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ โครงการงานขยายความกว้างสะพาน สาย ตง.4009 แยก ทล.4264 - บ.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งฝนที่ตกหนักติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดตรัง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัดตรัง เป็นบริเวณกว้าง จึงได้เตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมให้ความช่วยเหลือ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อเตรียมอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัยอย่างทันที" นายธีรพร กล่าว
นายธีรพน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กรณีถนน/สะพานขาด แขวงทางหลวงชนบทตรัง จะได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นเพื่อให้ใช้เส้นทางได้อย่างรวดเร็ว เช่น วางสะพานเบลีย์ ถมดินคอสะพาน เพื่อเชื่อมทาง สนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือช่วยเหลือ และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ อย่างไรก็ตาม แขวงทางหลวงชนบทตรัง ขอความร่วมมือประชาชน โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง
* สำรวจพื้นที่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นายประทิ่น วรรณงาม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ ปฎิบัติราชการแทนเกษตรอำเภอเมืองตรัง เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ลงพื้นที่ในเขตตำบลนาพละ ตำบลหนองตรุด โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้เตือนให้เกษตรกรเฝ้าระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการดูแลข้าว พืชไร่ ไม้ผล เตรียมช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป หากผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือฯ เกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) โดยให้ผู้นำท้องถิ่นรับรอง ก่อนจะมีการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร และพื้นที่เสียหายจริง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน
ปิดโรงเรียนหนีน้ำท่วม
นางอมราพร เชาวนาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวังวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เปิดเผยว่า โรงเรียนวังวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ต้องประกาศหยุดเรียน 1 วันในเช้าวันนี้ (15 ต.ค.63) หลังมีฝนตกหนักและน้ำท่วมโรงเรียนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้บ้านพักครูจำนวน 8หลังมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และภายในโรงเรียนมีน้ำท่วมสูง 30-50 เซนติเมตร ครูและนักเรียนต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของให้สูงขึ้น เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากยังมีฝนตกหนักลงมาเป็นระยะ คาดระดับน้ำอาจจะเพิ่มขึ้นได้อีกในช่วงบ่ายวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนวัดเขาวิเศษต้องประกาศหยุดเรียน 1 วันเช่นกัน และจะต้องรอประเมินสถานการณ์วันต่อวันต่อไป
ด้านนายอาชวงศ์ สาริพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดตรังครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.นาโยง อ.กันตัง อ.ห้วยยอด อ.วังวิเศษ อ.สิเกา และอำเภอปะเหลียน 27 ตำบล 2 เทศบาล 83 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 829ครัวเรือน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรังกำชับทุกท้องถิ่น จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที