โชว์ฝีมือ!! ตร.พังงา แกะรอยตามรวบคนร้ายกระชากสร้อยคอคุณยาย

ภูมิภาค11 ต.ค. 2565 • 13:27 น.โดย ขนกวรรณ พรหมทอง
โชว์ฝีมือ!! ตร.พังงา แกะรอยตามรวบคนร้ายกระชากสร้อยคอคุณยาย

วันที่ 11 ต.ค.65 จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 เวลา 15.25 น. ขณะที่ นางสัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟริมถนน หน้าบ้านหลังหนึ่ง ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีคนร้ายเป็นชายไทยอายุประมาณ 35-40 ปี สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน จอดรถริมถนน เข้ามาทางด้านหลังผู้เสียหาย และเรียกผู้เสียหายว่า “ยาย” เมื่อผู้เสียหายหันไปดู คนร้ายก็กระชากสร้อยคอนากของผู้เสียหาย โดยดึงสร้อยเพียง 1 ครั้ง สร้อยคอก็ขาดหลุดติดมือของคนร้ายไป ส่วนผู้เสียหายตกจากเก้าอี้หัวทิ่มลงพื้น  จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางบ้านในตลาดทุ่งมะพร้าว ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณเท้า และข้อมือมีอาการปวดเมื่อย ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยคอนากน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น ราคา 15,000 บาท  พระเครื่อง 3 องค์ (รวมมูลค่าทรัพย์สิน 25,500 บาท)  

ล่าสุด เมื่อเวลา17.00 น.  ที่ สภ.ท้ายเหมือง  พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พังงา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.พังงา  พ.ต.อ.ประวิทย์  เอ่งฉ้วน  ผกก.สส.ภ.จว.พังงา ร่วมแถลงข่าวจับกุมตัวนายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36ปี ชาว ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พร้อมด้วยของกลาง พระเครื่อง 3 องค์ รถจักรยานยนต์ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ตอนก่อเหตุ ขณะสร้อยคอนากผู้ต้องหาให้การว่านำไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองพังงาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ได้เงินมา 14,000 บาท แล้วก็นำไปชำระหนี้หมดแล้ว ขณะที่ทางร้านทองได้แจ้งว่า ได้ส่งไปหลอมที่โรงหลอมในพื้นที่ กทม. แล้ว  โดยหลังจากเกิดเหตุทางชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพังงาและชุดสืบสวน สภ.ท้ายเหมือง ได้ลงพื้นที่ติดตามสืบสวนมาโดยตลอด โดยการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีซึ่งพบว่ารถคนร้ายหายไปในช่วงบ้านบกปุย ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง ซึ่งคาดว่าคนร้ายรายนี้น่าจะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และในช่วงเที่ยงวันนี้เจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะตรงกันกับคันที่ใช้ก่อเหตุที่บริเวณข้างบ้านหลังหนึ่ง ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และได้พบ นายมงคล จากการสอบถาม นายมงคล ได้ยอมรับว่าตนเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์  ในวันเวลาที่เกิดเหตุจริง เพราะต้องการหาเงินมาใช้หนี้หลังจากตกงานจากสถานการณ์โควิด-19

ด้านนายรวยชัย กิตติพรหมวงศ์ ส.อบจ.พังงา เขตอำเภอท้ายเหมือง ซึ่งเป็นเจ้าของกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพคนร้ายตอนก่อเหตุไว้ได้ กล่าวว่า ตนและผู้เสียหายต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ที่ร่วมกันสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ในส่วนของสร้อยคอของผู้เสียหายที่ยังไม่ได้คืน เพราะทางร้านที่รับซื้ออ้างว่าส่งไปหลอมที่กรุงเทพฯแล้ว อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นการรับซื้อของโจรหรือไม่ และอยากขอหลักฐานที่กล่าวอ้างว่าส่งไปหลอมแล้วด้วย