คืบเจ้าสาวสายโหดขึ้นเวทีด่าคนมาป่วนงาน ยืนยันเอาเรื่องถึงที่สุด ขณะที่ ‘ซัดดำ’ บอกไม่ผิด ไม่มีเงิน ขอติดคุกแทน

ภูมิภาค17 พ.ย. 2565 • 17:30 น.
คืบเจ้าสาวสายโหดขึ้นเวทีด่าคนมาป่วนงาน ยืนยันเอาเรื่องถึงที่สุด ขณะที่ ‘ซัดดำ’ บอกไม่ผิด ไม่มีเงิน ขอติดคุกแทน

จากกรณีที่ น.ส.วนิดา สีเบ้า หรือน้องอั้ม ซึ่งเป็นเจ้าสาว ขึ้นเวทีถือไมค์ ด่าคนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ในบริเวณพิธีฉลองมงคลสมรส ที่บริเวณสนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านไคร่นุ่น ต.กุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ได้แจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ภูเวียง เพื่อเรียกร้องให้คนที่ก่อเหตุมารับผิดชอบค่าจ้างวงดนตรี จำนวน 85,000 บาท  โดยผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า คือ นายพงษ์สิทธิ์  อายุ 24 ปี หรือนายมอส หรือซัดดำ อยู่ บ้านไคร่นุ่น ม. 3 ต.กุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พ.ย.2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับนายมอส ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้งานเลี้ยงล่มและวงดนตรีต้องเลิกเล่นก่อนเวลากำหนด ต้องจ่ายค่าจ้างวงดนตรีจำนวน 85,000บาท ซึ่งก็พบนายมอสอยู่ที่บ้านกับบิดามารดา โดยนายมอสได้พาลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุ ที่สนามฟุตบอล และสนามตะกร้อในโรงเรียนบ้านไคร่นุ่น 

 

 นายพงษ์สิทธิ์  กล่าวว่า ตามที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ยอมรับว่าดื่มสุรา และมีอาการเมาสุรา แต่ไม่ได้หาเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครในงาน มีเพียงวัยรุ่นต่างหมู่บ้านที่มาเที่ยวงานแล้วมีเรื่องทะเลาะกันหน้าเวที  เจ้าหน้าที่ ที่ควบคุมความสงบเรียบร้อยก็มาไล่กลุ่มที่มีเรื่องกันออกนอกพื้นที่งาน ซึ่งไม่เกี่ยวกับตน   แต่ตนก็ยอมออกจากบริเวณหน้าเวที และไปยืนเต้นอยู่ข้างสนาม ไม่นานก็ถูกทำร้าย รู้สึกตัวอีกที ก็ฟื้นอยู่ที่ประตูทางเข้าโรงเรียน

“ผมทราบจากน้องชายและคนที่เข้ามาช่วยเหลือว่า บิดาเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าว พากันมารุมทำร้ายตน แล้วลากไปกระทีบต่อไปตีซ้ำที่สนามตะกร้อ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร และทราบจากน้องชายว่า ช่วงที่ถูกญาติฝ่ายเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวทำร้ายนั้น น้องชายตนเห็นเหตุการณ์ เข้ามาช่วยเหลือ และกราบขอร้องก็ไม่มีใครสนใจ ยังทำร้ายซ้ำ จนมีเพื่อนบ้านมาช่วยหามออกไปปั้มหัวใจ ที่ประตูทางเข้าโรงเรียน เมื่อผมฟื้น ชาวบ้านอุ้มร่างส่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างส่งกลับบ้าน”

นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายเจ้าสาว เรียกมารดาไปพูดคุยที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขอค่าจ้างวงดนตรี จำนวน 85,000บาท แต่ครอบครัวไม่มีเงินจ่ายให้ และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดตนไม่ได้เป็นฝ่ายก่อขึ้น ยอมรับว่าเมา แต่ไม่ได้สร้างเรื่อง หรือยกนิ้วกลางให้ใคร พูดเสียงดัง เต้นตามจังหวะเพลง แต่ไม่ได้โวยวายหาเรื่อง จึงบอกมารดาว่า ตนไม่ผิดและไม่ขอรับผิดชอบ จ่ายเงินใดๆทั้งสิ้น  และถ้าตนผิดก็ขอโทษต่อสังคมและชาวบ้านทุกคน  แต่เรื่องนี้ตนไม่ผิด จึงไม่รู้จะขอโทษใคร และฝ่ายเจ้าสาวจะโยนความผิดให้ตนฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกต้อง  อีกทั้งตนเป็นฝ่ายถูกทำร้ายก่อน จนสลบ เมื่อสลบแล้วถูกปั้มหัวใจ จะไปต่อสู้หรือต่อยใครได้  จึงอยากขอความเป็นธรรมให้ตนด้วย คนไม่ผิดจะให้รับผิดชอบได้อย่างไร

ขณะที่นางอัมพร อายุ 53 ปี มารดานายพงษ์สิทธิ์  กล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายเจ้าสาวกล่าวหานั้น เป็นการเอาหลายๆเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับวันแต่งงานมาพูด  จึงอยากบอกว่า ให้พูดตามความเป็นจริง ตนไม่เห็นเหตุการณ์ แต่ก็ทราบรายละเอียดจากเพื่อนบ้านว่า ลูกชายถูกญาติฝ่ายเจ้าสาว และเพื่อนเจ้าบ่าวรุมทำร้ายจนสลบ โชคดีที่ไม่ตาย

“กับเรื่องที่เกิดขึ้น และเจ้าสาวเรียกร้องให้ครอบครัวตนจ่ายเงินค่าวงดนตรีจำนวน 85,000บาทให้นั้น บอกตรงๆว่าไม่มีจ่าย และถ้าเจ้าสาวแจ้งความแล้วก็ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าถึงที่สุดแล้ว ว่าลูกชายต้องจ่ายก็ไม่มีเงินจะจ่ายให้ ก็ต้องปล่อยให้ลูกชายติดคุกแทน” นางอัมพร กล่าว

++++++