จับแล้ว1รายแก๊งโจ๋ห้าว​เปิดศึกยิงปืน-ปาระเบิดส่งท้ายวันสงกรานต์​ทำรถพังและเจ็บกว่า 10 ราย

ภูมิภาค16 เม.ย. 2566 • 13:14 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน  
จับแล้ว1รายแก๊งโจ๋ห้าว​เปิดศึกยิงปืน-ปาระเบิดส่งท้ายวันสงกรานต์​ทำรถพังและเจ็บกว่า 10 ราย

คืบหน้าตำรวจ สภ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์  จับแล้ว 1 รายแก๊งโจ๋ห้าวเปิดศึกปาระเบิดยิงปืน  ขว้างขวดและก้อนหินใส่วัยรุ่นอีกกลุ่มจนมีรถโดยลูกหลงเสียหายหลายคัน และบาดเจ็บกว่า 10 คน  พบปืนไทยดิษฐ์พร้อมกระสุนซุกในรถอ้างเมาคึกคะนองเหยื่อโดนลูกหลงรถเสียหายแจ้งความแล้ว 2 ราย ผญบ.วอนกลุ่มวัยรุ่นหยุดก่อเหตุวิวาทสร้างความเดือดร้อนเสียหายส่วนรวมควรเป็นเทศกาลที่ทุกคนมีความสุข  

 วันที่ 16​ เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน​ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กและติ๊กต็อก โพส์ตคลิปเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม​ กว่า 100 คน  เปิดศึกยิงปืน ปาระเบิดปิงปองดังสนั่น  และขว้างขวดแก้วใส่กัน ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ต่างร้องด้วยความตกใจและวิ่งหลบกันชุลมุนวุ่นวาย  โดยผู้โพส์ต​ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณทางลงจากเขื่อนลำนางรอง  ด้านหน้าวิทยาลัยการอาชีพโนนดินแดง  อ.โนนดินแดง  จ.บุรีรัมย์  หลังกลับจากเล่นน้ำสงกรานต์ที่เขื่อนลำนางรองวันสุดท้าย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ (15 เม.ย.66)  ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบทราบกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่หน่วยกู้ภัย  ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลโนนดินแดงมากกว่า 10 ราย   และมีรถยนต์ที่โดนลูกหลงได้รับบาดความเสียหายหลายคัน   

ล่าสุดวันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนดินแดง  ได้ทำการจับกุมหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ  คือ นายเทียรี่   หรือหรั่ง  อายุ 18 ปี   ชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์  และจากการตรวจสอบยังพบอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์   พร้อมกระสุนปืนลูกตะกั่วแบบหัวจีบ   กล้องส่องทางไกล(ติดอาวุธ)  และปลายเก็บเสียงกระบอกปืน  ซุกซ่อนอยู่ภายในรถหกล้อด้วย   จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งให้พนักงานสอบสวน  สภ.โนนดินแดง   เพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย   

ซึ่งจากการสอบสวน​ นายหรั่ง   อ้างว่า​ ก่อเหตุเนื่องจากความมึนเมาและคึกคะนอง   ส่วนปืนที่พบในรถพกไว้ในรถเพื่อป้องกันตัวเท่านั้นไม่ได้นำออกมาก่อเหตุแต่อย่างใด    เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยผิดกฎหมาย”   ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน   เพราะถือเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้อื่น   

นอกจากนั้น​ ยังมีประชาชน นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ แล้วรถยนต์ถูกลูกหลงจากขวดและก้อนหินที่กลุ่มวัยรุ่นปาใส่กัน  จนกระจกแตกได้รับความเสียหาย เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว 2 ราย    แต่ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด

จากการสอบถามนายวัชระ   จรรยา   พ่อค้าที่ขายของทางลงเขื่อนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร  เล่าว่า  ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 3 วัน ตั้งแต่​วันที่​ 13 – 15 เม.ย.ที่ผ่านมา  มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันทุกวัน  แต่ 2 วันแรกแค่ไล่ตีกันไม่มีอาวุธ   แต่พอมาวันที่ 15 เม.ย.ซึ่งเป็นวันสุดท้าย  เท่าที่เห็นมีการขว้างปาขวดใส่กัน  แต่ปืนและระเบิดตนเองไม่เห็นกับตา   เห็นแต่ที่โพส์ตในโซเชียล    คาดว่าสาเหตุที่ทะเลาะวิวาททำร้ายกัน  ก็น่าจะเกิดจากความมึนเมาหรือคึกคะนอง   ซึ่งก็สร้างความเดือดร้อนกับทั้งพ่อค้าแม่ค้า  ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เขาตั้งใจมาเที่ยวและไมได้รู้เรื่องอะไรด้วย   ก็อยากฝากถึงกลุ่มวัยรุ่นว่าควรใช้สติและคิดให้รอบคอบ   เพราะเมื่อก่อเหตุไปแล้วอาจจะมีคนบริสุทธิ์โดนลูกหลง  โดยเฉพาะเด็กๆ เป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ทะเลาะวิวาทย์กัน   

ด้านนายวิทยา  สง่าเนตร  ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง  บอกว่า    ตนเองพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ม. 8 และหมู่ 13  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนดินแดง   อปพร. และ อสม. ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวก และดูแลความเรียบร้อยประชาชน นักท่องเที่ยว อยู่ที่จุดบริการ 5 แยกคลองน้ำหลังวัดโนนดินแดงใต้  ต.โนนดินแดง  ตามหน้าที่  ซึ่งสงกรานต์วันที่ 13 และ 14 เม.ย.จะมีวัยรุ่นตีกันเล็กน้อย  แต่วันสุดท้ายคือช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย. ก็มีเหตุการณ์ค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากมีวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ทะเลาะวิวาทใช้ขวด  ก้อนหิน  ปะทัดยักษ์ขว้างปาใส่กัน

ซึ่งทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน  ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดก็พยายามระงับเหตุเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย   แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จึงจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธไปก่อน 1 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามตัว ทั้งนี้อยากฝากถึงกลุ่มวัยรุ่นว่าไม่ควรจะสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่คนอื่น  โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ควรจะเป็นห้วงเวลาที่ทุกคนควรจะมีความสุข