ผู้เสียหายคดีทุจริตเลือกตั้ง ยื่นฟ้อง"เทพไท เสนพงศ์"ผู้สมัครส.ส.ปชป.และน้องชาย

ภูมิภาค12 มี.ค. 2562 • 15:31 น.
ผู้เสียหายคดีทุจริตเลือกตั้ง ยื่นฟ้อง"เทพไท เสนพงศ์"ผู้สมัครส.ส.ปชป.และน้องชาย
โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเข้มข้นผู้เสียหายคดีทุจริตเลือกตั้งยื่นฟ้องเทพไท เสนพงศ์ ผู้สมัครส.ส.ประชาธิปัตย์และน้องชายทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ. ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะอดีตนายกอบจ.นครศรีธรรมราช ตัดสินใจยื่นฟ้องคดีอาญาโดยตรงกับนายเทพไท เสนพงศ์ ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 นครศรีธรรมราช พร้อมน้องชายฐานทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น หลังคดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและค้างอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุดรวมแล้วกว่า 4 ปี ที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพิชัย บุณยเกียรติ ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในนครศรีธรรมราช อดีตนายกอบจ.นครศรีธรรมราช และเป็นน้องชายของนายชิณวรณ์ บุณยเกียรติ แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ นายพิชัย พร้อมด้วยนายสุวิทย์ ศิริวุฒิ ทนายความ ได้เข้ายื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ เป็นจำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ เป็นจำเลยที่ 2 ในฐานความผิด พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2545 บรรยายฟ้องโดยสรุปในคดีนี้ระบุว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดโดยเจานา ระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม 2557 ได้ร่วมกันจัดเลี้ยงผู้นำท้องที่โดยวิธีการเลี้ยงโต๊ะจีนประมาณ 20-30 โต๊ะ ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในระหว่างการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1 น้องชายของนายเทพไท เสนพงศ์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองคืการบริหารส่วนจังหวัด ต่อมามีการยื่นร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งในกรณีการจัดเลี้ยงที่เกิดขึ้นอันเป็นการฝ่าฝืน พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2545 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง (4) และมาตรา 118 โดยมีเจตนาช่วยเหลือ ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีเลือกตั้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1 ส่งผลให้นายมาโนชพ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช นายพิชัย บุณยเกียรติ ในฐานะผู้เสียหายในคดีเปิดเผยว่าหลังจากที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา หลังจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับจำเลยทั้งสอง ตามคำวินิจฉัยที่ 56/2558 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2558 ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วแต่ปรากฎว่าคดีมีความล่าช้าจนถึงปัจจุบันล่วงเลยมากว่า 4 ปี ล่าสุดนั้นได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เมื่อ 3 เดือนก่อนยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ส่งผลให้เกิดผลเสียต่อคดี มีความเสียหายต่อพยานหลักฐานพยานบางรายเสียชีวิตไปแล้ว จึงเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหายด้วยตัวเอง กลุ่มคดีทุจริตการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องครั้งเดียวกันมีจำเลยถูกจำคุกไปแล้วถึง 7 ราย มีระวางโทษ 1-7 ปี แต่ทั้งนายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ โจทก์ทั้งสองกลับไม่มีความคืบหน้า นายสุวิทย์ ศิริวุฒิ ทนายความของนายพิชัย บุณยเกียรติ โจทก์ กล่าวว่าคดีนี้นายพิชัย ในฐานะผผู้เสียหายมีสิทธิโดยชอบที่จะยื่นฟ้องด้วยตัวเอง คดีนี้ศาลได้ประทับนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 เป็นนัดแรก หลังจากนั้นเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยจะเรียกสำนวนจากอัยการสูงสุดมารวมสำนวนหรือไม่ หรืออย่างไรเป็นดุลพินิจของศาล ผู้เสียหายเห็นว่ากระบวนการดำเนินคดีอาญามีความล่าช้าถึง 4 ปี ยังไม่ถึงกระบวนการพิจารณาจึงเลือกที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยตัวเอง.