'ภูมิธรรม-อนุทิน'เตรียมลงพื้นที่รับฟังปัญหาประเด็นการเรียกร้องขอเอกสารสิทธิทำกินในพื้นที่เกาะกูด 11 พ.ย.

ภูมิภาค10 พ.ย. 2567 • 15:54 น.โดย จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ 
'ภูมิธรรม-อนุทิน'เตรียมลงพื้นที่รับฟังปัญหาประเด็นการเรียกร้องขอเอกสารสิทธิทำกินในพื้นที่เกาะกูด 11 พ.ย.

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายไพรัช สร้อยแสง นายอำเภอเกาะกูด นายเดชาธร จันทร์อบ นายกอบต.เกาะกูด และนายสุทัศน์ ทศดารา ประธานสภาอบจ.ตราด ได้เดินทางตรวจเยี่ยมบ้านคลองมาด แจ้งให้ชาวบ้านรับทราบ และเตรียมสถานที่ต่างๆให้เรียบร้อย พร้อมทั้งเข้าไปเยี่ยมนายสวงค์ รำไพ หรือก๋ง สวงค์ ที่เป็นผู้มีอายุ 92 ปี อยู่บ้านมู่ 1 บ้านคลองมาด ซึ่งยังมีสุขภาพและความจำดี สายตาดี ซึ่งคาดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล และคณะจะเข้าไปเยี่ยมและพูดคุยระหว่างมาตรวจเยี่ยมชาวเกาะกูดด้วย 

โดย นายสวงศ์ อายุ 92 ปี ชาวบ้านคลองมาด ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีระกุล จะเดินทางมาเยี่ยมที่หมู่บ้านนี้ เปิดเผยว่า เกิดที่เกาะกูด และย้ายมาอยู่ที่บ้านคลองมาด มากว่า 40 ปี มีลูก 7 คน ปัจจุบันเหลือ 4 คน และมีหลานอีกหลายคน ซึ่งอยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อ ซึ่งพ่อตายในช่วงอายุ 70 กว่าปี ตอนนั้นตนเองอายุ 30 กว่าปี รวมแล้วก็ 100 กว่าปี ซึ่งสมัยนั้นคนเกาะกูดมีไม่มาก ที่บ้านคลองมาด มีไม่กี่หลัง แล้วก็ขยายเพิ่มขึ้น ปัจจุบันบ้ายจำนวนมากล้วนแล้วเป็นของหลานเกือบทั้งนั้น นากอบต.ก็เป็นหลาน ผู้ใหญ่บ้านก็เป็นหลาน ดังนั้นเกาะกูดยังเป็นของไทยแน่นอน โดยในสมัยนั้น ยังไม่มีเรือเร็ว แต่ใช้เรือแจวเดินทางติดต่อสื่อสารกัน ชุมชนก็มีน้อย ประชาชนก็น้อย การทำมาหากินก็เป็นการทำเกษตรกรรมและการทำประมง ซึ่งบ้านคลองมาดก็เป็นชุมชนประมง และเป็นลูกหลานของตนเองทั้งนั้น เมื่อเมืองเจริญขึ้น มีการปรับเปลี่ยนอาชีพเป็นธุรกิจเดินเรือเร็วรับนักท่องเที่ยว ธุรกิจนำนักท่องเที่ยวตกหมึก ตกปลา ดำน้ำดูปะการังมากกว่า ประมงพื้นบ้านจึงหายไปมาก 

สำหรับเรื่องที่ดินทำกินก็มีการจับจองและนำไปออกเอกสารยิทธิแต่ต้องเสียเงิน ส่วนที่ไม่มีเงินก็ต้องเก็บไว้ และไม่มีเอกสารสิทธิ ทุกวันนี้ก็ยังทำเอกสารสิทธิไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมา เพราะมีเจ้าของเป็นของธนารักษ์ และทหารเรือ  การที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาจึงต้องการให้ช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนเกาะกูด  

 

ด้านนางสาวปิยะพร  เจ้าของรีสอร์ท เปิดเผยว่า ยอมรับว่า เกาะกูดมีชื่อเสียงมากจากความเป็นธรรมชาติที่สวยงามและเหมาะสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดโควิด 19 ในปี 2562 เป็นต้นมา 2-3 ปีเกาะกูดไม่มีนักท่องเที่ยวสักคน เพราะนักท่องเที่ยวที่จะมาต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนก่อน ผู้ประกอบการเดือนร้อน แต่ก็อดทน และผ่านมาได้จากนั้นธุรกิจท่องเที่ยวของเกาะกูดเติบโตและมีนักท่องเที่ยวกลับมามากกว่นเดิม และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมีการจองยาวถึงต้นปีใหม่ 2568 แล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ เอกสารสิทธิในที่ดินของชาวเกาะกูดที่ยังไม่สามารถมีได้ ทำให้การขยายตัวของที่พักทำไม่ได้ 

ด้านนายเดชาธร จันทร์อบ นายกอบต.เกาะกูด กล่าวว่า การมีประเด็นของเกากูดในช่วงนี้ มีทั้งดีและไม่ดีซึ่งดีก็คือทุกคนรู้จักเกากูดมากขึ้น แต่ไม่ดีก็คือนักท่องเที่ยวอาจจะรู้สึกไม่เชื่อมั่น แต่ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพราะเกาะกูดยังเป็นของไทย 100% และแต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเกากูดจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถรองรับได้ห้องพักที่มีเพียง 1,400-1,500 ห้อง  ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการหรือจะมี 3-4 พันห้องก็ยังไม่เพียงพอ แต่วันนี้ทำเพิ่มไม่ได้ เพราะเอกสารสิทธิในที่ดินไม่มี ที่มีก็ยังไม่มีการพิสูจน์สิทธิไม่ได้ ติดค้างอยู่ที่ธนารักษ์

ดังนั้น การที่รองนายกรัฐมนตรี 2 คน และเป็นคนสำคัญของรัฐบาลอยากจะเรียกร้องให้ทั้งสองคนแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้โดยเร็ว รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคของเกาะกูดที่ยังไม่เพียงพอทั้งถนน น้ำประปา หรือ การสื่อสาร ไฟฟ้าที่ยังไม่เสถียรเพียงพอ ล้วนเป็นสิ่งที่ชาวเกาะกูดต้องการให้นชยกระดับเพิ่มขึ้นโดยเร็ว