คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง20นัดใส่ผู้ช่วยกำนันหมู่ 3 สายบุรีเสียชีวิต
วันที่ 29 มี.ค. 2566 เวลา 06.15 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พ.ต.อ.เฉลิมชัย เพชรกาศ ผู้กำกับสภ.สายบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงชาวบ้าน เหตุเกิดบริเวณประตูทางเข้าบริษัทรับเหมาเจาะกือแย ม.3 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ไปถึงพบรถกระบะฟอร์ด สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่หน้าซอยทางเข้าบริษัทเจาะกือแย จำกัด สภาพรถถูกอาวุธปืนสงครามยิงจนพรุนหลายจุด ภายในรถพบกองเลือดอยู่บริเวณเบาะฝั่งคนขับ และนอกรถเป็นจำนวนมาก บริเวณที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่จำนวนหนึ่ง และพบภรรยาผู้เสียชีวิตอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บผลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสายบุรี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อฮำมือซะ แวยูโซ๊ะ อายุ 50 ปี มีตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกำนัน ม.3 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าบริเวณข้างลำตัวข้างซ้ายหลายจุด
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมภรรยากำลังจะออกจากบริษัทดังกล่าว เวลา 06.15 นาที ระหว่างนั้นภรรยาได้ลงจากรถเพื่อปิดประตูรั้วโกดังของบริษัท กระทั้งคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ขับขี่รถ จยย.เข้ามา ก่อนใช้อาวุธสงครามยิงขึ้นฟ้าหลายนัด จากนั้นได้กราดยิงใส่ผู้ตายที่อยู่ในรถ กว่า 20 นัด ผู้ตายจึงใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้คนร้าย ขณะเดียวกันภรรยาต่างหาที่กำบัง จนกระทั้งคนร้ายล่าถอยและหลบหนีโดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าจไป จ.นราธิวาส
ด้านพ.ต.อ.เฉลิมชัย เพชรกาศ ผกก.สายบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี เบื้องต้นทราบว่ามีคนร้ายที่ก่อเหตุจำนวน 4 คน โดยขับขี่รถ จยย. 2 คัน ในการก่อเหตุ ส่วนอาวุธปืน คาดว่าเป็นชนิด เอ็ม16 และ AK เนื่องจากพบปลอกกระสุนในเกิดเหตุที่สามารถใช้ทั้ง 2 กระบอกนี้ได้
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบหาพยานหลักทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมสอบพยาน และตรวจปลอกกระสุนปืนที่ตกบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อที่หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนมูลในการก่อเหตุครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ และคาดว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการใน อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
โดย นางกะดะ ภรรยาผู้เสียชีวิตได้เล่าว่า ในช่วงเกิดเหตุว่า ตนและสามีกำลังจะเดินทางกลับหลังจากเสร็จจากงานเฝ้าบริษัท ซึ่งในช่วงที่ตนลงจากรถเพื่อที่จะไปปิดประตูโกดังของบริษัท ตนสังเกตเห็นคนร้ายถือปืนมาเพื่อที่จะยิงสามีที่อยู่ในรถยนต์ ตนจึงตะโกนบอกสามีให้รีบถอยรถเข้ามาในโกดัง แต่คนร้ายใช้จังหวะนั้นกราดยิงสามีที่อยู่ในรถจำนวนหลายนัด ก่อนที่สามีจะใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ และสามีตะโกนบอกตนให้หนีไปก่อน ซึ่งช่วงเวลานั้นตนสังเกตุเห็นคนร้าย 1 คน แต่งกายชุดสีน้ำเงินแขนยาว สวมฮู้ดปิดบังใบหน้า ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง ตนก็มาทำงานกับสามีอยู่ตลอด เพราะสามีทำงานที่บริษัมเจาะกือแยมากว่า 4 ปีแล้ว และได้เคยถูกคนร้ายลอบยิงมาแล้วที่มัสยิดเมื่อหลายปี2557 แต่ครั้งนั้นกระสุนปืนไม่ทำงานจึงปลอดภัย