หากินแปลก! 2หนุ่มสาวโรงงานน้ำตาลเมืองกาญจน์ เตือนระวังแก๊งต้มตุ๋นซื้อ-ขายรถ
กาญจนบุรี หากินแปลก 2 หนุ่มสาวโรงงานน้ำตาล ประกาศเตือนประชาชน ระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นซื้อขายรถ หลังประกาศขายดาวน์รถยนต์กระบะ 4 ประตูป้ายแดงในเฟ็ตฯได้เพียงวันเดียว มีหญิงสาวมาบอกสนใจ ทักเฟ็ตฯ มาขอหมายเลขบัญชี พร้อมโอนเงินมัดจำ 1 แสน 9 หมื่นบาทให้ แต่อยู่ๆ เกิดเปลี่ยนใจ ทักมาบอกขอเงินคืน เดี๊ยวจะให้คนนำเงินสดไปซื้อที่โรงงานน้ำตาล พร้อมรับรถ จน 2 หนุ่มสาวหลงเชื่อโอนเงินกลับคืน ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์มาหาบอกว่าจะมาขอรับรถ โดยบอกโอนเงินค่ามัดจำไปให้แล้ว จึงเกิดโต้เถียงกันว่าโอนเงินคืนไปแล้ว จะมาเอารถได้อย่างไร สุดท้ายเรื่องไปจบที่โรงพัก โดยถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ได้แจ้งความดำเนินคดี 2 หนุ่มสาวในข้อหาฉ้อโกง
2 หนุ่มสาวลูกจ้างโรงงานน้ำตาลจึงอยากกล่าวเตือนภัยประชาชนในโลกโซเชียลฯ ว่าอย่าหลงเชื่อเดี๊ยวจะตกเป็นเหยื่อซื้อขายรถในออนไลน์ ประกาศขายรถอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นหนี้แถมถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง เรื่องราวที่กิดขึ้นนับว่าเป็นเรื่องแปลกๆ ที่น่าจะมีอะไรแอบแฝง กระทำกันเป็นขบวนการ จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสืบสวนคดี หาไม่ต่อไปอาจจะประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อในอนาคต
เวลา 13.00 น. เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายเอ(นามสมมุติ) และนางซี(นามสมมุติ) 2 หนุ่มสาวซึ่งเป็นเพื่อนกันทำงานอยู่ในโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ จ กาญจนบุรี ว่าน่าจะถูกแก๊งต้มตุ่นวางแผนหลอกซื้อ-ขายรถยนต์กระบะและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ลักษณะคล้ายทำกันเป็นขบวนการ
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบนายเอ(นามสมมุติ) และนางซี(นามสมมุติ) 2 หนุ่มสาวลูกจ้างโรงงานน้ำตาลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ได้รับการเปิดเผยจากนายเอ และนางซี(นามสมมุติ)ว่า "เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ตนได้ประกาศขายมัดจำรถเฟ็ตบุ๊คประกาศขายรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโว่ 4 ประตูป้ายแดงลงในโลกโซเชียลฯ ในราคาขายดาวน์ 1 แสน 9 หมื่นบาท
อยู่ๆ ก็มีหญิงสาวติดต่อมาทางเฟ็ตฯ บอกสนใจว่าจะซื้อรถคันนี้ พร้อมถามที่อยู่และขอหมายเลขบัญชีเพื่อจะโอนเงินไปให้ ตนด้วยความดีใจจึงส่งหมายเลขบัญชีธนาคารไปให้ สักครู่หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โอนเงินจำนวน 2 แสนกว่าบาทเข้ามาในบัญชี
เวลาผ่านไปนาน 1 ชม.หญิงสาวคนดังกล่าวก็ทักเฟ็ตมาบอกว่า ขอให้โอนเงินจำนวน 2 แสนคืน เดี๊ยวจะให้คนเอาเงินสดค่ามัดจำไปจ่ายและรับรถไป
ตนและนางซี ซึ่งเป็นเจ้าของรถ ก็หลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำคืนไปให้ พอเช้าวันรุ่งขึ้น ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 3 คนเดินทางมาพบตนกับนางซี พร้อมกับบอกว่า นายให้มารับรถยนต์กระบะที่ประกาศขายดาวน์ ตนจึงสอบถามว่านายไหน ได้นำเงินสดค่าดาวน์รถจำนวน 190.000 บาทมาให้หรือไม่ กลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นหัวหน้าก็ยอกว่า เงินค่าดาวน์รถได้โอนมาให้แล้วไง ตนบอกว่าเงินจำนวนนั้นได้โอนกลับคืนไปให้แล้ว กลุ่มชายฉกรรจ์จึงบอกว่า โอนเงินให้ใคร ไม่เห็นรู้เรื่อง โดย 1 ในกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่า เป็นคนโอนเงินค่ามัดจำซื้อรถจำนวน 200,000 บาทให้ จึง้เดินทางมาเพื่อจะขอรับรถ
ตนและเพื่อนก็ไม่ให้เพราะยังไม่ได้รับเงินค่ามัดจำรถ จึงเกิดการพูดจาโต้เถียงกันขึ้น โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ได้พูดจาข่มขู่ต่างๆ นาๆ ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับตนและเพื่อนให้ถึงที่สุด
และพยายามจะแย่งกุญแจรถ ตนจึงแจ้ง รปภ.ของโรงงานให้โทรเรียกตำรวจสายตรวจมาที่โรงงาน ตำรวจสายตรวจจึงบอกให้ตนกับเพื่อนและชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ โดยต่างฝ่ายต่างก็แจ้งความ ฝ่ายชายฉกรรจ์แจ้งความมว่า ตนกับเพื่อนกระทำความผิดในข้อหาฉ้อโกง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ลงบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อตนได้ติดต่อไปทางหญิงสาวที่ทักเฟ็ตมาว่าจะซื้อรถและโอนเงิน ก็พบว่าเฟ็ตบุ๊คได้ถูกปิดไปแล้ว ติดต่อไปที่ธนาคารก็พบว่า ผู้ที่โอนเงินไปเป็นคนละชื่อกับหญิงสาวดังกล่าว
ซึ่งเหตุการณ์ครั้งดีที่ตนกับเพื่อนไม่ยอมให้เอารถไป กลุ่มชายฉกรรจ์จึงไม่ได้รถไป แต่ตนกับเพื่อนต้องมาตกเป็นผู้ต้องหาในคดี ซึ่งก็ต้องสู้ความกันต่อไป เชื่อว่าตนกับเพื่อนโดนแก๊งต้มตุ่นซึ่งทำกันเป็นขบวนการ จึงอยากฝากเตือนประชาชนระวังจะตกเป็นเหยื่อ ดีที่ตนกับเพื่อนไม่หลงกลและไม่กลัวคำพูดที่ข่มขู่ จึงไม่ได้เสียรถไป กลุ่มชายฉกรรจ์ที่มานั้นตลอดเวลาพูดจาใหญ่โตข่มขู่ตนกับเพื่อนอยู่ตลอดเวลา ดีที่นัดมาดูรถกันภายในโรงงาน หากเพื่อนสาวที่เป็นเจ้าของรถ ขับรถอยู่นอกบ้านคงถูกข่มขู่เอารถไปแล้ว จึงอยากฝากเตือนประชาชน หรือผู้ที่ต้องการขายรถลงโฆษณาในโลกโซเชียลฯ ต้องระวัง เดี๊ยวนี้พวกมิจฉาชีพมักจะใช้วิธีการหากินแบบแปลกๆ ที่เราคาดไม่ถึง"