ตากจัดงานรัฐพิธีวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เทศบาลนครแม่สอด

ภูมิภาค25 เม.ย. 2562 • 07:32 น.
ตากจัดงานรัฐพิธีวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เทศบาลนครแม่สอด
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ตรงข้า ม หน้าสำนักงานเทศบาลนครแม่สอด นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาดอกไม้ เนื่องในโอกาสวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมี นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด =ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก และข้าราชการหน่วยงานราชการทุกกระทรวงทุกสังกัดได้เริ่มวางพวงมาลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ประะธานในพิธีเดินทางมาถึงพร้อมทั้งได้วางพวงมาลาดอกไม้สดจากนั้นได้ถวายความเคารพและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ต่อศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้กล่าวถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นพระวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศมีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในทางการรบและเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิดทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงครามตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์โดยมิได้ว่างเว้นนับตั้งแต่มีพระชนมายุ 16 พรรษา ทรงสามารถขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุจนพ่ายแตก และในปีพุทธศักราช 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคังที่ตั้งอยู่บนเขาสูงได้เปรียบทางยุทธภูมิแต่ด้วยพระปัญญาอันล้ำลึกก็ได้ชัยชนะอย่างง่ายดายจนถึงปีพุทธศักราช 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพของชาติไทยที่เมืองแครงว่านับตั้งแต่บัดนี้ กรุงศรีอยุทยาตัดขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดีทรงรวบรวมคนไทยกลับกรุงศรีอยุทยา ในปีพุทธศักราช 2129 พระเจ้านันทบุเรง ยกทัพใหญ่มาล้อมกรุงศรีอยุทธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงใช้วิจารณญาณอันล้ำเลิศวางแผนตั้งรับป้องกันเมืองโดยจัดกองโจรออกตัดการลำเลียงเสบียงและตีปล้นข้าศึก พม่าได้ล้อมกรุงศรีอยุทธยาถึง 5 เดือนแต่ไม่สามารถเข้าตีได้จึงล่าทัพกลับไป กรุงศรีอยุทธยาว่างศึกอยู่เพียง 3 ปี จวบจนล่วงถึงปีพุทธศักราช 2133 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงขึ้นครองราชย์พระเจ้านันทบุเรงจึงยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุทธยาอีกครั้งในครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงเปลี่ยนยุทธวิธีการรบจากการตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุกและหลอกล่อให้กองทัพพม่าลุกไล่เข้าไปในวงล้อมที่พระองค์วางทัพรออยู่โดยผลของการรบครั้งนั้นพระยาพุกามตายในที่รบ พระยาพะสิมถูกจับเป็นเฉลยส่วนพระมหาอุปราชาถอยทัพหนี และเมื่อวันที่ 18 มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราขาจนได้รับชัยชนะทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี นอกจากนี้ทรงปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะนาวศรี มะริด และทวาย ในปีพุทธศักราช 2138 และ 2142 ทรงกรีฑาทัพไปตีเมืองหงสาวดี ได้เมืองเมาะลำเลิงแล้วยกทัพไปถึงเมืองหงสาวดีและเมืองตองอูจนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวงยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุทธยา กระทั้งปีพุทธศักราช 2148 พระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้นจึงขยายอาณาเขตมาทางแคล้วนไทยใหญ่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปยังเมืองห้างหลวงและประชวนหนักจนเสด็จสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษาอยู่ในราชสมบัติ 15 ปี