ผู้ต้องหาฆ่ารุ่นน้องยัดกระสอบทิ้งสระน้ำ  อ้างคนตายโอ้อวดเรื่องรอยสักอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า เลยใช้จอบทุบท้ายทอย

ภูมิภาค14 ส.ค. 2566 • 13:04 น.
ผู้ต้องหาฆ่ารุ่นน้องยัดกระสอบทิ้งสระน้ำ  อ้างคนตายโอ้อวดเรื่องรอยสักอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า เลยใช้จอบทุบท้ายทอย

ตำรวจขอนแก่น คุมตัว "นายชัย" ผู้ต้องหาฆ่ารุ่นน้องยัดกระสอบทิ้งสระน้ำ  อ้างคนตายโอ้อวดเรื่องรอยสักอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า จึงใช้จอบทุบท้ายทอยและใบหน้าเสียชีวิตคาที่ ขณะที่ชาวบ้านแห่รุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกรธแค้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ส.ค. 2566 พ.ต.ท.มนตรี สุปะตำ รอง ผกก. (สส.) สภ.บ้านไผ่ พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประนอม มะลาหอม รอง สว.(สอบสวน)สภ.บ้านไผ่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมคุมตัวนายวิชัย คูหา หรือชัย.อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฆ่าผู้นายกนกพล วงษาวัตร หรือกุ้ง  อายุ 37 ปี  มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งกำหนดจุดทำแผนไว้ 2 จุดคือจุดที่เกิดเหตุฆาตกรรมและจุดที่ทิ้งศพอำพราง

โดยในจุดแรกนั้นซึ่งเป็นร้านอาหารในหมู่บ้าน โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายวิชัยลงจากรถ ทั้งภรรยาผู้เสียชีวิตและชาวบ้านต่างตะโกนสาปแช่ง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยกันดูแลรักษาความสงบตลอดช่วงที่มีการทำแผนในจุดนี้ 

โดยการทำแผนนั้นนายวิชัย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้พากันนั่งดื่มกินบนแคร่ไม้ไผ่ ข้างร้านซึ่งเป็นร้านของพี่สาวผู้ก่อเหตุ โดยช่วงที่คนอื่นๆออกไปซื้ออาหารและอยู่ลำพังกับผู้ตายก็มีการพูดคุยกันตามปกติแต่ต่างคนต่างเมานายกุ้งก็เริ่มพูดไม่เข้าหู พูดเกี่ยวกับรอยสักตัวเองที่สามารถอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้าทำให้นายวิชัยไม่พอใจใช้จอบที่อยู่ใกล้ใกล้ ทุบเข้าที่ท้ายทอยของนายกุ้งจึงนอนกองกับพื้นก่อนจะทุบซ้ำอีกครั้งแล้วหาวิธีทำลายศพปิดบังความผิด โดยได้นำกระสอบถุงปุ๋ยซึ่งอยู่บริเวณใกล้ใกล้นำศพนาย กุ้ง ยัดใส่กระสอบถุงปุ๋ย 3 ใบ แล้วยืมรถซาเล้งเพื่อนบ้านมาขนศพ โดยไหว้วานเพื่อนบ้านอีกคนมาช่วยยกโดยอ้างว่าจะขนศพสุนัขไปทิ้ง ก่อนจะขับรถซาเล้งออกไปลำพังโดยศพอยู่ในรถแล้วนำไปทิ้งที่ริมสระในพื้นที่บ้านโสกจาน ห่างออกไปประมาณ 3 กม.จากหมู่บ้านตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะคุมตัวไปทำแผนยังจุดที่สองเป็นจุดที่ทิ้งศพ

ซึ่งบรรยากาศช่วงทำแผนในจุดแรกเสร็จนั้นชาวบ้านต่างลุกฮือกันเข้าไป รุมประชาทัณฑ์นายวิชัย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยกันรักษาความสงบกันมวลชนไม่ให้เข้าไปทำร้ายผู้ต้องหาก่อนจะรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถขับออกไปยังจุดที่สองอย่างรวดเร็ว

โดยในจุดที่สองนี้เป็นจุดที่นายวิชัยนำศพของนายกุ้งมาทิ้งลงริมสระน้ำสาธารณะ โดยบรรยากาศยังคงคงมีชาวบ้านเดินทางตามมาเพื่อดูการทำแผน พร้อมทั้งตะโกนด่าทอสาปแช่งตลอดช่วงของการทำแผนด้วยความโกรธแค้น ที่ผู้เสียชีวิตต้องมาถูกนายวิชัยฆ่าตาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือกับชาวบ้านเพื่อไม่ให้เข้ามาก่อเหตุความไม่สงบขึ้นในช่วงของการทำแผนก่อนที่จะนำตัวนายวิชัยขึ้นรถเตรียมส่งฟ้องศาลฝากขัง ใน 2 ข้อหา คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย ตามขั้นตอนต่อไป
 

ขณะที่นางนัฐิยา ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา สามีมาหา มาแบบหน้าตาที่สดใสแต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่ตนเองจะตื่นขึ้นมาเป็นตะคริว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาครอบครัวตนเอง มีอะไรก็แบ่งปันผู้ก่อเหตุมาตลอด มีงานก็เรียกมาทำ มีอาหารมีเครื่องดื่มก็เรียกมากิน แต่ก็มาทำกันได้ลงคอ ส่วนตัวไม่ขอรับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุขอให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


ด้านนางกอง วงษาวัตร 62 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่าเดินทางมาจาก อ.หนองนาคำ  จ.ขอนแก่น พร้อมครอบครัวญาติพี่น้อง ซึ่งก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตนั้น เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ขณะที่ตนตนเองนั่งสมาธิอยู่ที่บ้านตามปกติ ก็เห็นเหมือนเป็นสระน้ำแล้วรู้สึกอึดอัดรู้สึกใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกพอนั่งสมาธิเสร็จก็ไม่ทราบข่าวไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับลูกก็ผ่านไป หลังจากที่เข้าวัดทำบุญช่วงเช้าวันต่อมาเสร็จเดินทางกลับมาที่บ้านก็เห็นลูกหลานญาติพี่น้องนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ที่บ้าน ก็ได้สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นทีแรกคิดว่า เกิดเรื่องไม่ดีกับญาติอีกคนที่นอนอยู่โรงพยาบาล แต่พอลูกหลานญาติพี่น้องเล่าให้ฟังบอกว่านายกุ้ง ลูกชายของตนเองถูกฆ่าตายยัดกระสอบทิ้งลงสระน้ำ วินาทีนั้นหัวใจแทบสลาย แต่ก็ก็ยังไม่ได้เดินทางมารับศพลูก และก็มีหลานเดินมาบอกว่าฝันเห็นกุ้ง ลูกชายของตนเองบอกว่าหนาวไม่มีเสื้อผ้าใส่ จึงพากันเดินทางมาดูการทำแผนและรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ที่ อ.หนองนาคำ ตามขั้นตอนต่อไป