ผช.ผบ.ตร. รุดติดตามความคืบหน้าเหตุยกพวกตีกันในโรงพยาบาล
จากกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มเปิดศึกกันไล่ตีกันในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า และโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ และทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงและบุคลากรทางการแพทย์จนได้รับบาดเจ็บ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดที่เมื่อวานนี้คุมตัวมาได้แล้ว 11 คน
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (21 ก.ค.63) ผู้ก่อเหตุมามอบตัวเพิ่มอีก 11 คน ขณะที่ทีมพนักงานสอบสวนเร่งทำการสอบปากคำ ก่อนทยอยพิมพ์ลายนิ้วมือและทำสำนวนคดีแยกเป็นรายบุคคลเพื่อเตรียมส่งฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 15 คน โดยเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าตรวจเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ของผู้ก่อเหตุทั้งหมด ก่อนคุมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 15 คนไปควบคุมที่เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
โดยมีผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ประกอบด้วย นายธนพล หรือแจ๊ค ทองชัยยะ ในข้อหา“ ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ” นายอรรถพลหรือแฮ็ก บุญประเสริฐ ในข้อหาครอบครองยาเสพติด ประเภทที่ 1 (ยาบ้า)
นายอรรถพล หรือ แฮ๊ก ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเดินทางมาที่ซอยโรงเหล็กที่เกิดเหตุจุดแรก เพราะต้องการนำเอายาบ้าจำนวน 10 เม็ดไปแลกกับสว่านไฟฟ้ากับคนรู้จักคนหนึ่งในซอยดังกล่าว ซึ่งต้องเดินผ่านหน้าบ้านของกลุ่มผู้บาดเจ็บ แต่ถูกห้ามและขู่จะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกทำให้เกิดมีปากเสียงกันและโทรตามพรรคพวกในซอยมหาวงศ์ไปก่อเหตุและกลายเป็นเหตุบานปลาย ซึ่งหลังจากคำให้การของนายแฮ๊ก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาตัวไปชี้จุดที่ซ่อนยาบ้า จำนวน 10 เม็ด จึงถูกแจ้งถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า มียาเสพติดประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครอง และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจและครอบครอง
ขณะที่นายอนันต์ วาสนา อายุ 47 ปี พร้อมนางสนทยา วาสนา อายุ 49 ปี พ่อและแม่ ของนายรัชต์พงษ์ หรือ คิว วาสนา อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระสงฆ์เข้าไปทำพิธีเชิญวิญญาณนายรัชต์พงษ์ ลูกชายที่เสียชีวิตบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ภายในซอยโรงเหล็ก ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
โดยนางสุเทียม เหมาะตัว อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านซึ่งลูกชายเป็นคู่กรณี และนางสนทยา วาสนา อายุ 49 ปี มารดาของผู้ตาย ได้มีการพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่นางสนทยา ได้กล่าวว่า ลูกของตนเป็นเด็กดี มีความรับผิดชอบ ในวันเกิดเหตุเป็นวันหยุดลูกชายตนกำลังนั่งทานข้าวอยู่กับเพื่อนๆ ที่มาหา อยู่ ๆ ได้ชักชวนกันออกไปข้างนอก จนกระทั่งมีเพื่อนโทรบอกตนว่าลูกถูกแทง ตนจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลได้บอกกับตนว่าลูกชายตนไม่มีชีพจรแล้ว นางสนทยา ยังบอกอีกว่า ลูกของตนไม่ได้สนิทสนมกับวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว รู้จักกันเพียงแค่เด็กในซอยเดียวกันเท่านั้น ส่วนนางสุเทียม ได้กล่าวว่า ขณะนี้ตนและครอบครัว ต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงตั้งแต่เกิดเหตุ แต่ก็ต้องจำใจอยู่ เนื่องจากภาระหนี้สินต่าง ๆ หากไม่มีภาระหนี้สิน ตนก็คงย้ายออกไปแล้ว เนื่องจากหวาดระแวง กลัวจะมีการกลับมาเอาคืนกันของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว
ขณะที่ พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ ชาญสมร ผอ.โรงพยาบาลวิภาราม-ชัยปราการ จ.สมุทรปราการ ได้กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์หญิงธนิกานต์ สู่พานิช ซึ่งเป็นผู้ทุ่มเทในการช่วยเหลือ โดยช่วยยื้อชีวิตนานกว่า 50 นาที หลังไม่มีชีพจร ก่อนมาถึงโรงพยาบาล จากนั้นคุณคุณหมอไปบอกทางญาติว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ ก่อนได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลืออีกครั้งก็กลับไปลงมือช่วยเหลือต่อ โดยทีมงานก็ไม่ได้หยุดและช่วยเหลือกันอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นทางญาติได้ออกไปบอกกับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ด้านนอกว่า ผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว จนกระทั่งมีวัยรุ่นเข้ามาในห้องฉุกเฉินพร้อมถามว่า ไหนใครเป็นคนบอกว่า เสียชีวิตก่อนมา ซึ่งคุณหมอเป็นคนซื่อจึงตอบไปว่า หมอเอง ก่อนถูกทำร้ายร่างกาย
พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คุณหมออยู่ในอาการขวัญหนีดีฟ่อ และยังไม่ได้กลับมาปฎิบัติหน้าที่ อีกทั้งยังไม่แน่ชัดว่าจะกลับเข้ามาทำงานภายในสถานที่นี้อีกหรือไม่ เนื่องจากเกรงกลัวว่ากลุ่มวัยรุ่นจะกลับมาทำร้ายอีก โดยเบื้องต้นตนให้หยุดพักงานอย่างเต็มที่ไปก่อน พร้อมทั้งพยายามปลุกขวัญกำลังใจเพราะเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหลังจากนี้กรมสุขภาพจิตจะลงพื้นที่มาช่วยกันดูแล ส่วนบุคลากรที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ยังคงต้องสร้างขวัญและกำลังใจเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่ทำให้บุคลากรทั้งหมดเกิดความเชื่อใจนั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องไม่มีผู้ใดก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก และผู้กระทำต้องถูกลงโทษอย่างสาสม
สำหรับแนวทางการป้องกันนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้ร่วมกันลงพื้นที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อวางมาตรการการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ตัวอย่างเช่นสัญญาณเตือนภัยเสมือนร้านทอง แต่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น ส่วนกระแสข่าวเรื่องแพทย์หญิงทำหนังสือขอย้ายส่งตัวไปปฎิบัติหน้าที่ประจำการยังสถานที่อื่นนั้น ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรที่อย่างชัดเจนแต่อย่างใด เพียงแค่ขอหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน และใครจะเข้าขอพบก็ปฏิเสธเนื่องจากสภาพจิตใจย่ำแย่ สิ่งหนึ่งที่เราสบายใจคือเครือข่ายโรงพยาบาลวิภารามมีหลายแห่ง อาจจะเปลี่ยนสถานที่ทำงานให้กับคุณหมอเพื่อความปลอดภัยก็สุดแล้วแต่คุณหมอจะเลือก ขณะเดียวกันนาย ศิริเดช มีศิริ ผู้จัดการทั่วไปโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ได้นำเอกสารการประเมินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นมูลค่าประมาณ 5 หมื่นบาท เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ
ต่อมาในเวลา 17.00 น.พล.ต.ท.ปิยะ อุทัยโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้ท่าน ผบ ตร ได้มอบหมายให้ตนมาตรวจสอบผลการปฏิบัติต่าง ๆ เพราะในคดีถือว่าเป็นคดีสำคัญ ขณะที่รอง ผบ.ตร. ได้มาให้ข้อแนะนำเรื่องของการดำเนินการต่างแล้ว ส่วนที่มาในวันนี้มาในนามของฐานะผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยต้องเรียนพี่น้องประชาชนรวมทั้งคุณหมอและพยาบาล ทางเราต้องขอโทษที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ในฐานะของผู้บังคับใช้กฎหมายบางครั้ง บางอย่างที่ลูกน้องของเราอาจจะดำเนินการไม่คบถ้วนในแผนการปฏิบัติบางส่วน ในเรื่องของการประเมินสถานการณ์ที่ไม่ครอบคลุม ตรงนี้ว่าจะมาขอโทษและแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
โดยวันนี้ได้มาตรวจสอบการเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก หลายสิ่งหลายอย่างผิดพลาดกันได้แต่ไม่ให้เกิดขึ้นอีก อันนี้เป็นสิ่งสำคัญข้อแรก ประการต่อมาให้คำมั่นกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในทุกส่วน เน้นการดำเนินการ การตามกฎหมายตามพยานหลักฐานๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากภาพวงจรปิด และพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น นั้นฝากพีน้องประชาชนพีน้องไม่ต้องกังวล ผู้บังคับบัญชาทั้งของจังหวัด ลงมาช่วยสถานีตำรวจอย่างเติมที่เราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พีๆน้องๆบุคคลกรทางการแพทย์จงได้มีความเชื่อมั่นเราจะให้ความเป็นธรรมอย่างเติมที่ ท่านเองได้เสียสละมาเยอะแล้วดูแลพวกเราช่วงช่วงโควิด 19 ดังนั้นพวกเราต้องมีหน้าที่ดูแลพวกท่านบ้างอะไรที่บกพร่องไปเราจะแก้ไข
สิ่งหนึ่งที่ท่าน ผบ. ตร. ฝากไว้ ต่อไปนี้ในทุกส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลต่าง ๆ นั้นต้องไม่เกิดขึ้นอีก เรามีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจนทั้งระหว่างเกิดเหตุ เกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ต้องมีการซักซ้อมอย่างสม่ำเสมอและประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดกับโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชล ส่วนคดีความต่างๆก็มีความคืบหน้าทั้ง 3 เหตุการณ์ ทั้งเหตุการณ์ทำร้ายกันกันในที่เกิดเหตุ ที่โรงพยาบาลวิภาราม ชัยปราการ และที่โรงพยาบาลเมืองสมุทร ปู่เจ้า แยกเป็น 3 ส่วน คืบหน้าพอสมควร ส่วนผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไว้ได้เกือบทั้งหมดทุกคน แต่ว่าวันนี้อาจจะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยังมีบางคนที่เจ้าหน้าที่ต้องเรียกเข้ามาให้ข้อมูล ส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางโรงพยาบาลผู้ก่อเหตุต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทางเราจะไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนที่กังวลเรื่องที่ทั้งฝ่ายเกรงว่าจะมีการเอาคืน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่และเอาทั้งสองฝ่ายมาทำกิจกรรมและทำความเข้าใจร่วมกัน
หลังจากนั้น พล.ต.ท.ปิยะ อุทัยโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางไปให้กำลังใจแพทย์และโรงพยาบาลทั้งสองแห่ง ก่อนเดินทางกลับ