ตร.ขอนแก่น เร่งสอบคดีสาวร้อยเอ็ดถูกเพื่อนหลอกนำรถไปจำนำกับคนมีสี
ตำรวจขอนแก่น เร่งสอบสวนคดีสาวร้อยเอ็ดถูกเพื่อนหลอกนำรถไปจำนำกับคนมีสีแต่แม้จะไถ่ถอนแล้วแต่ไม่ได้รถคืน "ภาคภูมิ" ระบุสาวถึงใครดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดไม่มีละเว้น
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 3 ต.ค. 2562 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.อรุณฉาย อุนาศรี อายุ 41 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในเขต จ.ขอนแก่น ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายที่ถูก น.ส.อ้อ (นามสมมุติ) เพื่อนสาว ชาว จ.ขอนแก่น หลอกเอารถไปจำนำและหลอกโอนเงิน ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้ากรณีเกิดขึ้น ภายหลังจากที่เจ้าตัวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำรถรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กจ-4990 ร้อยเอ็ด จำนวน 70,000 บาท และการรับเงินผ่านการโอนเข้าบัญชีเพื่อไถ่ถอนรถ จำนวน 98,800 บาท แต่ไม่ได้รถคืน ซึ่งมีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น ไปแล้วเมือวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นของผู้เสียหายรายนี้ ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นส่วนของ สารวัตรทหาร ค่ายทหารชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้รับจำนำรถ แล้วมีการจำหน่ายรถต่อไปให้ผู้อื่น ส่วนที่สองคือบุคคลที่รับช่วงต่อแล้วนำรถไปจอดเพื่อเรียกเงินจากผู้เสียหาย แต่เมื่อได้เงินแล้ว กลับไม่คืนรถ
" ผมได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาสอบสวนปากคำ ซึ่งเมื่อสอบปากคำแล้วก็จะรู้รายละเอียดว่าใครเกี่ยวข้องในส่วนใดบ้าง และมีความผิดในข้อใด ซึ่งจะเกี่ยวข้องการยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์และรับของโจร ซึ่งได้ทำความเข้าใจกับผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงหากผู้เสียหายไม่พอใจพนักงานสอบสวนชุดเดิม ต้องการเปลี่ยนคนใหม่ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนให้ และในวันนี้เจ้าของบัญชีก็จะนำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวนด้วย"
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ทราบว่า มีการโอนเงินจำนวน จำนวน 98,800 บาท เพื่อไถ่ถอนรถจากเจ้าหนี้รายที่สอง ซึ่งขณะนี้ทราบชื่อที่อยู่ของเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปแล้ว และเรียกเจ้าของบัญชีมาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำนำรถยนต์คันดังกล่าว และยินดีคืนเงินทั้งหมดให้ผู้เสียหายตามจำนวนที่รับโอนไป ซึ่งในกรณีการคืนเงินนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลักที่รับแจ้งความไว้ เพราะเจ้าของบัญชีก็ต้องชีแจงให้ได้ว่า รับการโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อไถ่ถอนรถได้อย่างไร ต้องมีคำตอบที่ชัดเจน และขอยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำรถนั้น มีความผิดแน่นอน เนื่องจากรับจำนำแล้ว ถึงเวลาไถ่ถอนไม่มีรถคืนให้เจ้าของ และต้องตรวจสอบด้วยว่า การรับจำนำนั้น มีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ อัตราดอกเบี้ยคิดตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
ส่วนคนที่เอารถไปก็มีเจตนาลักทรัพย์ชัดเจน ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องว่ากันด้วยพยาน หลักฐาน และก็ไม่หนักใจในกรณีที่มีบุคคลที่รับราชการมามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ทุกคนที่ทำความผิดต้องว่ากันด้วยกฎหมาย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด ส่วนความปลอดภัยของผู้เสียหายที่ว่ามีบุคคลน่าสงสัยขับรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ตามประกบนั้น ได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว เพื่อหาเบาะแสของคนน่าสงสัยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาในคดีการรับจำนำรถหรือไม่
ขณะที่ น.ส.อรุณฉาย อุนาศรี กล่าวว่า สบายใจที่ได้พบและพูดคุยรายละเอียดกับผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งทราบว่าเจ้าของบัญชีจะการคืนเงินให้ ก็ยินดีรับคืน แต่ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการรับจำนำรถ จนรถตัวเองหายไปนั้น ขอยืนยันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนและจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด