“หม่อมหลวงสราลี กิติยากร” เป็นประธานในพิธีสมโภชยอดฉัตรทองคำ และความสำเร็จในการบูรณะพระธาตุพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

ภูมิภาค9 มี.ค. 2563 • 09:51 น.
“หม่อมหลวงสราลี กิติยากร” เป็นประธานในพิธีสมโภชยอดฉัตรทองคำ และความสำเร็จในการบูรณะพระธาตุพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
วันที่ 8 มีนาคม 2563 ณ วัดพระพุทธบาทบัวบก ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นประธานในพิธีสมโภชยอดฉัตรทองคำ และความสำเร็จในการบูรณะพระธาตุพระพุทธบาทบัวบก โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,นายชัชวาลย์ ปทานนท์ นายอำเภอบ้านผือ ,นางดวงสุรีย์ ปทานนท์ ภริยานายอำเภอบ้านผือ ,พ.ต.อ.ชัยศักดิ์ บูรณะบัญญัติ ผกก.สภ.กลางใหญ่ นายทรงพล ประดิษฐ์ด้วง ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านผือ,หัวหน้าส่วนราชการ ,ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริเวณทางเข้างาน มีจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อป้องกันโรค COVID-19 และโรคติดต่ออื่นๆ กับผู้ร่วมงานทุกคน ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้อนุญาตให้บูรณะพระธาตุพระพุทธบาทบัวบก จังหวัดอุดรธานี ตามรูปแบบที่กรมศิลปากรกำหนด โดยได้รับความกรุณาจาก หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โครงการฯ โดยเริ่มบูรณะองค์พระธาตุตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี รวมทั้งการบูรณะส่วนฉัตรฯที่ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา คณะกรรมการโครงการฯ จึงได้มีมติเห็นสมควรในการบูรณะส่วนฉัตรฯให้คงทนแข็งแรง อีกทั้งหุ้มทองคำฉัตร สำหรับยอดฉัตรพระธาตุพระพุทธบาทบัวบก มีลักษณะเป็นฉัตรโบราณ 5 ชั้นทำจากโลหะ ยอดบนสุดเป็นรูปทรงดอกบัว โดยการบูรณะครั้งนี้ จะใช้ทองคำบริสุทธิ์ 96.50% ขึ้นไป เพื่อนำฉัตรโลหะ 5 ชั้นไปชุบทองคำบริสุทธิ์ ส่วนยอดฉัตรส่วนบนสุดทรงดอกบัว จะทำด้วยทองคำแท้ทั้งองค์ดอกบัว สำหรับ พระธาตุพระพุทธบาทบัวบก ตั้งอยู่บนภูพระบาท โดยคำว่า “พระพุทธบาทบัวบก” มีความหมายว่า รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าที่ประทับไว้ในสถานที่ที่มีบัวบกขึ้นอยู่มีข้อความกล่าวอ้างถึงไว้ในตำนานพระเจ้าเลียบโลกว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมาปราบนาคสองพี่น้องที่ภูพระบาท เมื่อนาคทั้งสองพ่ายแพ้แล้ว ได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของมนุษย์ พญานาค และภพภูมิทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2463 พระอาจารย์สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน ได้ธุดงค์มากราบสักการะรอยพระพุทธบาท และพบพระธาตุครอบรอยพระพุทธบาทขนาดเล็ก จึงได้ปฏิสังขรณ์สร้างพระธาตุครอบใหม่ดังปรากฏในปัจจุบัน โดยใช้เวลาสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2463 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2476 หรือประมาณ 14 ปี โดยองค์พระธาตุที่สร้างครอบรอยพระพุทธบาทนี้ มีลักษณะศิลปกรรมล้านช้าง สร้างจำลองตามแบบพระธาตุพนม คือเป็นพระธาตุทรงเหลี่ยมฐานกว้างด้านละ 8.50 เมตร สูงประมาณ 45 เมตร ส่วนฐานชั้นล่างก่อเป็นห้อง สามารถเข้าไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ ส่วนยอดพระธาตุทรงบัวเหลี่ยมสูงเพรียว ประดับด้วยฉัตร 5 ชั้น ซึ่งพระพุทธบาทบัวบกนี้ในอดีตเป็นสถานที่ในการฝึกวิปัสสนากรรมฐานของพระอริยสงฆ์หลายรูป อาทิ พระอาจารย์สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน, พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล, พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต, หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่ขาว อนาลโย ฯลฯ ศักดิ์สิทธิ์สถานแห่งนี้จึงเป็นสถานที่สำคัญต่อพระพุทธศาสนา โดยในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2476 พระพุทธบาทบัวบกได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานสำหรับชาติในราชกิจจานุเบกษา อันเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่และทรงคุณค่าต่อแผ่นดินด้วยเหตุที่องค์พระธาตุพระพุทธบาทบัวบกได้มีการชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา มีทั้งวัชพืช ตะไคร่น้ำ ความผุกร่อนทั่วองค์พระธาตุฯ กรมศิลปากร จึงได้ร่วมกับ โครงการบูรณะพระธาตุ พระพุทธบาทบัวบก นำโดยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โดยมีหลวงปู่คลาด ครุธัมโม วัดป่าบ้านใหม่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นองค์ประธานโครงการฝ่ายสงฆ์ , หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ , นางธัญรัศมิ์ นันธนวัฒน์ เป็นประธานโครงการฝ่ายฆราวาส , นางเยาวภา ลิ้มสวัสดิ์วงศ์ เป็นประธานอุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส , นายนิติพัฒน์ – นางสาวศรินรัตน์ นันธนวัฒน์ เป็นประธานอุปถัมภ์กิตติมศักดิ์ฝ่ายฆราวาส , นางเพียงเพ็ญ คุณากรไพบูลย์ศิริ เป็นประธานฝ่ายการเงินและบัญชี , นายฐานิตพัฒน์ สงเคราะห์ เป็นประธานฝ่ายวิศวกรรมและศิลปกรรม , นางสาวศรุตยา มหานาวารานี เป็นประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ,นางหทัยรัตน์ จ.คุโนปกรณ์ เป็นประธานอำนวยการ , เรืออากาศเอก วิจักษณ์ สองจันทร์ ผู้ริเริ่มและประธานดำเนินงาน ร่วมกันระดมปัจจัยบูรณะพระธาตุพระพุทธบาทบัวบก