วงจรปิด หนุ่มหัวร้อนใช้ท่อนเหล็กฟาดรถคู่กรณีหน้าสภ. -ตร.โดดห้ามชุลมุน
เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่27ก.ค.65ที่สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.ท.ชัยรัตน์ หิรัญบูรณะ รองผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์, พ.ต.ต.พศธน วุฒิสกุลพร สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์
พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายด่านชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี อาชีพธุรกิจสาล่วนตัว ที่อยู่ ต.บางเดื่อ อ.เมืองจ.ปทุมธานี ข้อหาพยายามทำร้ายร่างกาย,ทำให้เสียทรัพย์และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”
(right)พร้อมด้วยของกลาง
1.อาวุธปืนพกสั้นชนิดกึ่งอัตโนมัติจำนวน 1 กระบอก
2.เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 11 นัด
3.ท่อนเหล็ก ยาวประมาณ 85 ซม. จำนวน 1 ท่อน หลังก่อเหตุใช้ท่อนเหล็กตีรถยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้าร์ ทราบชื่อผู้เสียหายคือนายนายบุญเลิศ (สงวนนามสกุล)อายุ 31 ปี ช่างก่อสร้าง เหตุเกิดสถานีตำรวจภูธรชัยพฤกษ์
ทางด้านพ.ต.ต.พศธน วุฒิสกุลพร สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่าสืบเนื่องจากวันนี้เวลาประมาณเวลาประมาณ 10.30 น. ขณะตนกำลังทำงานอยู่ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ ได้มีรถขับเข้ามาที่ สภ. ชัยพฤกษ์ จำนวน 2 คัน คันแรกคือเป็นรถฟอร์ดเฟียสต้าสีน้ำเงินมาด้วยกัน3 คน อีกคันเป็นรถยนต์ฟอร์ดเอเวอร์เรสสีขาวนั่งมาในรถด้วยกัน2 คนคือนายด่านชัย (สงวนนามสกุล) ( ผู้ก่อเหตุ) โดยมีลูกชายเป็นคนขับรถ โดยทางรถคนขับรถฟอร์ดสีน้ำเงินได้เข้ามาขอความช่วยเหลือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาดูเหตุ พบว่าคนในรถคันขาว ลงมาใช้ท่อนไม้ยาวประมาณ 9 เซนติเมตร ทุบตีรถคันสีน้ำเงิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์จึงรีบเข้ามาระงับเหตุ จึงสอบถามต้นสายปลายเหตุ ทราบว่าทางผู้ก่อเหตุขับตามรถคันสีน้ำเงินมาเนื่องจากรถสีน้ำเงินเป็นรถที่เพื่อนตนโพสต์ตามหาอยู่ ส่วนผู้ขับรถสีน้ำเงินบอกว่าซื้อรถคันนี้มาจากอีกที่เป็นการโอนลอย และ ซื้อขายเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดูกรรมสิทธิ์ว่ารถคันนี้เป็นของใคร เพราะการเอาไม้มาทุบกระจกรถในโรงพักไม่สมควร
ซึ่งหลังจากที่ตนระงับเหตุแล้ว พบว่ารถของผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนขนาด 9 มม. อยู่ภายในรถ แต่เป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียน จึงได้มีการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ อยากจะฝากประชาชนว่าสถานที่ราชการไม่ควรมาก่อเหตุแบบนี้ หรือมาทะเลาะวิวาทในโรงพัก เพราะจะไม่เป็นผลดีกับตัวเอง อยากให้ใจเย็น ถ้ามีเหตุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถามตัวเจ้าของรถตัวจริงทราบว่าให้เพื่อนไปขายต่อจริง ทางเจ้าของรถจึงมอบรถให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อไป เพื่อหาว่าใครเป็นเจ้าของรถตัวจริง