ชาวกะเหรี่ยงบ้านพุระกำผวาติดป้ายค้านสร้างอ่างเก็บน้ำหนองตาดั้ง
ชาวกะเหรี่ยงบ้านพุระกำ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง ราชบุรี ต้องนอนผวา ติดป้ายรอบหมู่บ้านคัดค้านก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง หวั่นกระทบวิถีชีวิต ชุมชนสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และจะไร้ที่อยู่อาศัย
วันนี้ ( 14 ก.ค. 63 ) ชาวบ้านหมู่ที่ 6 บ้านพุระกำ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 76 ครัวเรือน สวมชุดชาติพันธุ์ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง มานั่งรวมกลุ่มประชุมพูดคุย ถึงปัญหาการคัดค้านโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง ที่ศาลาหมู่บ้านพุระกำ ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาอุทกภัยของลุ่มน้ำภาชี จ.กาญจนบุรี และราชบุรี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้คัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำ หวั่นต้องย้ายที่อยู่อาศัยไม่เหมือนเดิม วิถีชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไป ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าได้รับผลกระทบ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ยอมเข้ามาทำประชาคม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้รับรู้เรื่องการก่อสร้างแต่อย่างใด หลายคนเครียดกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ครอบครัวหวั่นวิตกกันทั้งหมู่บ้าน จึงมีการติดป้ายคัดค้านไปตามถนนรอบหมู่บ้าน แม้แต่ผนังบ้านก็เขียนข้อความคัดค้าน จะอยู่ที่นี่ไม่ย้ายไปไหน
นายสมบัติ วริทธิกรกุล อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เปิดเผยว่า สมัยก่อนชาวบ้านอยู่กันแบบกระจัดกระจายตามห้วยหนอง แนวเทือกเขาตะนาวศรี มีผู้นำคอยดูแล ปี 2516 มีการรวบรวมชาวบ้านมาอยู่เพื่อได้ดูแลง่ายขึ้น ชาวบ้านจึงค่อย ๆ ทยอยกันลงมาอาศัยอยู่จนทุกวันนี้ มีหลายแห่ง ทั้งแถบบ้านบางกลอย บ้านใจแผ่นดิน เขตจังหวัดเพชรบุรี มีลุงคออี้ ซึ่งเดิมเคยอยู่แถวนี้มาก่อน และได้ย้ายไปอาศัยแถบใจแผ่นดิน มีอาชีพหลักทำไร่เลื่อนลอย ต่อมาภาครัฐได้จัดพื้นที่ทำกินให้ชาวบ้าน ทำการเกษตร ปลูกข้าวไร่ โครงการศิลปาชีพได้เข้ามาสนับสนุนการทำนา ส่งเสริมเรื่องการปลูกทุเรียน มังคุด และผลไม้ ซึ่งบ้านพุระกำ ปัจจุบันเรียกบ้านวังไทร แต่ภาษากะหร่างจะเรียก “ ห้วยครึ ” อยู่อาศัยกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ที่นี่มีโครงการศิลปาชีพ ปักผ้า ทอผ้าไหม การจักสาน ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระเมตตาส่งเสริม โดยนำชาวบ้านไปฝึกอบรมที่วังไกลกังวล และสวนจิตรลดา พระองค์ท่าน พระราชทานทรัพย์มาให้แก่ชาวบ้านด้วย
การดูแลรักษาป่าไม้ ได้ปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรักธรรมชาติ ช่วยกันดับไฟป่าที่เกิดในพื้นที่ทุกปี ทั้งกลางวัน กลางคืน หลังจากมีกระแสข่าวจะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเข้ามาในพื้นที่มีผลกระทบทั้งหมู่บ้าน 76 หลังคาเรือนต้องย้ายออก ทำให้ชาวบ้านคิดมาก ถึงขั้นเกิดอาการเครียด ทุกคนคิดถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องเปลี่ยนไป กังวล บางคนคิดมากและมีโรคประจำตัวจนล้มป่วย และได้เสียชีวิตไปแล้วก็มี
เมื่อปี 2555 มีการสำรวจชาวบ้านพุระกำ ประชุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ศาลาวันแม่บ้านห้วยม่วง มีการทำหนังสือเสนอผ่านกรมชลประทานไปแล้ว ชาวบ้านยืนยันไม่เอาการสร้างอ่างเก็บน้ำ และโครงการนี้หายไปพักหนึ่ง แต่มาตอนนี้เริ่มมามีกระแสโครงการอีกแล้ว ทำให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อต้าน เพราะไม่ต้องการอ่างเก็บน้ำ แต่ต้องการธรรมชาติ และป่าไม้อยากให้เป็นอยู่แบบดั้งเดิมอย่างนี้ หากอ่างเก็บน้ำเกิดขึ้น จะต้องมีชาวบ้านย้ายออกไปอยู่ที่อื่นจำนวน 76 ครอบครัว อยู่เหมือนเดิมหรือไม่ที่จะต้องใช้เวลาการสร้างให้กลับมาเหมือนเดิมแบบนี้ เช่น การปลูกทุกเรียนของที่หมู่บ้านนี้ต้องใช้เวลานานกว่า 6 ปี ถึงจะได้กินลูก แต่หากเป็นพื้นที่ใหม่ไม่รู้ว่าจะปลูกได้หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออะไรกลับมาให้กับชาวบ้านเลย คงมีแต่ทราบว่าจะหาพื้นที่ให้กับชาวบ้านอยู่ใหม่ จัดแบ่งเป็นล็อค ๆ และไม่ได้อยู่รวมกัน สร้างความกังวลกับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
นายเปเล่ กัวพู่ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ชาวบ้านกังวลมาก เพราะหากย้ายที่อยู่ จะต้องไปเริ่มการทำมาหากินใหม่หมด ปลูกผลไม้คงไม่ได้กินดี แต่อยู่ที่นี่มีวิถีชีวิตที่ดีแล้ว พระองค์ท่านได้พระราชทานหมู่บ้านให้เมื่อปี พ.ศ. 2533 พระองค์ท่านรับสั่งว่า “ ให้ราษฎรบ้านพุระกำ บ้านหนองตาดั้ง ช่วยกันดูแลป่า คนอยู่กับป่า ป่าอยู่กับคน สัตว์ป่าก็อยู่กับคน คนก็ดูแลป่าไป ” ทุกวันนี้เวลามีไฟป่า ชาวบ้านจะช่วยกันดับ แต่ละปีจะช่วยกันทำแนวกันไฟ ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ไม่ให้ไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามเขต จะชวนลูก หลาน ชาวบ้านไปช่วยกัน อีกทั้งยังช่วยดูแลสัตว์ป่า จุดไหนที่เก้ง กวาง เลียงผา ลงหาอาหาร ก็จะนำเกลือไปทำโป่งเทียมไว้ให้ และยังปลูกฝังลูกหลานช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้ ไม่ให้ทำร้ายกัน และจะดูแลยามบาดเจ็บก็ให้ช่วยนำสัตว์ต่าง ๆ ส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตด้วย
ได้สอบถามชาวบ้านหลายคนบอกไม่อยากไป ถึงแม้จะจัดพื้นที่ให้อยู่ใหม่ก็ตาม เพราะไม่มีผืนดินไหนดีเท่าแผ่นดินบริเวณนี้อีกแล้ว เรียกได้ว่าเป็นถิ่นเกิด และไม่อยากไปจากที่นี่ด้วย และเมื่อย้ายไปก็จะถูกจัดแบ่งเป็นกลุ่มกระจายกันไปอยู่ตามที่เขาจัดให้ ไม่ได้อยู่ร่วมกันอีกแล้ว ถ้าอยากจะมีโครงการเข้ามาก่อสร้างจริงๆก็อยากจะให้เลยบริเวณหมู่บ้านนี้ขึ้นไปอีก ซึ่งที่ผ่านมาจากสถานการณ์ที่แม่น้ำภาชีท่วมใหญ่จะมีระดับน้ำขึ้นมาสูงมากตัวอาคารศาลาภายในหมู่บ้าน
เคยทำหนังสือคัดค้านและไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรีมาแล้ว และทางพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้กรมชลประทานทบทวนและมาทำประชาพิจารณ์สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ถึงการก่อสร้างโครงการดังกล่าว แต่ทางกรมชลประทานไม่ยอมเข้ามาทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ แต่ไปทำประชาพิจารณ์กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ แทน ไม่เคยมาสอบถามชาวบ้านในพื้นที่เลย ต่อมาได้ทำหนังสือคัดค้านไปยื่นกับพลเอกประยุทธ์ จันโอชา นากยกรัฐมนตรีเมื่อครั้งมีการประชุมสัญจรที่ราชบุรีมาแล้วครั้งหนึ่ง บอกให้รอเรื่อง แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าในเรื่องนี้ หากมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำจริงก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร คิดอย่างเดียวว่าไม่ไป
จึงอยากฝากหน่วยงานกรมชลประทานขอให้มาสำรวจพื้นที่ว่าในหมู่บ้านแถบนี้มีวิถีชีวิตเป็นอย่างไร มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิดรวมทั้งสัตว์ป่าได้รับผลกระทบหรือไม่ ถ้าอนาคตถ้าน้ำมามากตัวเขื่อนจะแตกทลายหรือไม่ จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ช่วยมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นอย่างชัดเจนด้วย
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองตาดั้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาอุทกภัยของลุ่มน้ำภาชี จ.กาญจนบุรี และราชบุรี มีการประชุมไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 มี 6 ประเด็นที่ต้องชี้แจง ได้แก่ 1. ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบ 2. ทบทวนผลการศึกษาจำนวนและชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้นและสัตว์ป่า 3. พื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ อาจซ้อนทับกับพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานที่ประเทศไทยจะขอประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลก 4. ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประอากาศ 5. เพิ่มเติมข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพ 6. ทบทวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านคุณภาพน้ำ โดยมีประเด็นเห็นควรให้กรมชลประทานทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบต้องอพยพจากพื้นที่ โดยจัดทำแผนขั้นตอนการอพยพ การตั้งถิ่นฐาน การออกแบบผังชุมชนในพื้นที่ใหม่ การส่งเสริมการประกอบอาชีพและเกษตรกรรม และการชดเชยให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม 2562 กรมชลประทานร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินใหม่ให้แก่ราษฎร มีการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางจัดหาที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรใหม่ ระหว่างหน่วยงานของ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมพัฒนาที่ดิน ผู้นำชุมชน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ต้องการอพยพไปอยู่ในที่ดินจัดสรรใหม่ และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีการทำประชาคมกับผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะมีการเตรียมก่อสร้างโครงการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามสำหรับพื้นที่บ้านพุระกำ มีราษฎรชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงอาศัยอยู่มาแต่ดั้งเดิมจำนวน 76 ครัวเรือน อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีจังหวัดราชบุรี ขณะนี้แม้ว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ชัดเจอหนัก แต่ทำให้ชาวบ้านเกิดการกังวล ผวา กินไม่ได้ นอนไม่ลับ ไม่กล้าที่จะต่อเติมสร้างบ้านใหม่ เพราะกลัวถูกให้ออกจากพื้นที่