ทนายโนบิพาผู้เสียหายถูกร่างทรงหลอกเข้าแจ้งความหลังสูญเงินนับล้านที่ดิน6ไร่
ทนายโนบิพาผู้เสียหายถูกร่างทรงหลอกเข้าแจ้งความหลังสูญเงินนับล้านที่ดิน6ไร่
ทนายโนบิตะพาผู้เสียหายที่ถูกร่างทรงท้าวเวสสุวรรณหลอกเข้าแจ้งความ ที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังสูญเงิน 1.2 ล้าน
.
(18 พ.ย.64) เวลา 15.00 น. จากกรณีที่ สาววัย 46 ปี ชาวอำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ร้องหมอปลาช่วยด้วย หลังถูกหญิงที่อ้างตัวว่าเป็นร่างทรงท้าวเวสสุวรรณ เจ้าแม่กวนอิม ญาณทิพย์ของหลวงปู่โต และหลวงปู่แหวน หลอกขอยืมเงินไปกว่า 1 ล้านบาท โดยที่สาวผู้เสียหายเปิดเผยว่ารู้จักกับ ร่างทรงท้าวเวสสุวรรณ ประมาณปี 42 ทักว่าเธอถูกคนทำคุณไสย ทำให้เชื่อใจยอมทำพิธีแก้เคล็ด และได้เดินทางไปตำหนัก ของร่างทรงดังกล่าว ที่ย่านพระราม 2 เพื่อรับขันธ์ 5 จากนั้นในทุกๆปีจะเดินทางไปไหว้ครูปีละครั้ง เพื่อเสริมบารมี กระทั่งปี 58 ก็สนิทกับ ร่างทรง มากขึ้น ไปมาหาสู่กันทุกสัปดาห์ ช่วงนั้นเธอนำที่ดินจำนวน 17 ไร่ ไปจำนองกับธนาคารได้เงินมา 900,000 บาท หวังจะนำมาลงทุนในกิจการที่ทำอยู่ และนำไปซื้อที่ดินจากญาติจำนวน 6 ไร่ จนกระทั่งร่างทรงรู้ว่าเธอมีเงินก็เริ่มมาขอยืมเงิน โดยจะอ้างว่าญาณทิพย์ท้าวเวสสุวรรณ และเทพองค์อื่นๆ ให้เธอต้องช่วยเหลือ เนื่องจาก ร่างทรงคนดังกล่าว ต้องปฏิบัติธรรม ทำให้ไม่มีอาชีพไม่มีรายได้ ครั้งแรกจึงให้ยืมไป 300,000 บาท จากนั้นไม่นาน ก็มาขอยืมเงินเพิ่มอีกเรื่อยๆ รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท ทำให้เธอแบกรับภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้จำนวนมาก ถึงขั้นจะถูกยึดที่ดิน 6 ไร่ จึงขอทวงเงิน 6 แสนบาท เพื่อไปไถ่ถอนที่ดินก่อน ซึ่ง ร่างทรง ก็ระดมทุนหาเงินมาใช้หนี้ให้ แต่หลังได้ที่ดินคืนมา ร่างทรง ก็หลอกให้เธอยกที่ดินให้อีก อ้างว่าเพื่อเป็นหลักประกันเรื่องเงินที่ออกไปให้ก่อน เธอจึงจำยอมยกที่ดินให้ชั่วคราว แล้วทำเรื่องขายฝากที่ดิน เพื่อนำเงินก้อนไปจ่ายคืนให้กับร่างทรง ทำให้เธอเป็นหนี้อีก
.
ต่อมาหญิงสาวคนดังกล่าวเริ่มรู้ว่าตนเองถูกหลอกจึงร้องไปยังหมอปลาเพื่อขอให้เข้ามาช่วยเหลือซึ่งหมอปลาและทีมงานพร้อมด้วยสื่อมวลชนได้พาหญิงสาวคนดังกล่าวไปที่บ้านของร่างทรงเพื่อทวงเงินและที่ดินคืน จนเกิดมีปากมีเสียงกัน
.
ล่าสุดวันนี้ (18 พ.ย.64) ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ ทนายความ พา นางพัชญ์ธินันท์ เสมจิตร อายุ 46 ปี อยู่ 61 ม.4 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เข้าพบ พ.ต.ท.อภิวิชญ์ จันทวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง และแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ศุภสิทธิ์ พุ่มพะเนิน พนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับ นางสาวนีรนาท เศวตวาณิชย์ ซึ่งอ้างว่าเป็นร่างทรงปู่ท้าวเวสสุวรรณที่ นางพัชญ์ธินันท์ฯ ให้ความเคารพนับถือ และนางพัชญ์ธินันท์ฯ อ้างว่า นางธีรนาทฯ หรือ ร่างทรงปู่ท้าวเวสสุวรรณ ได้หลอกให้โอนเงินให้เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 1,200,000 บาท และที่ดิน จำนวน 6 ไร่ ซึ่งทำให้นางพัชญ์ธินันท์ฯ ได้รับความเสียหาย จึงได้มาแจ้งไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานและ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
.
นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ กล่าวว่า วันนี้ตนได้พาผู้เสียหายมาเข้าพบพนักงานสอบสวน และได้พบกับทาง ผกก.และ รอง ผกก.สอบสวน ได้มาฟังเรื่องราวด้วยตนเองทั้ง 2 ท่านพร้อมกับมอบหมายให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำเบื้องต้น แล้วหลังจากสอบปากคำแล้วก็จะมีในส่วนให้ทางผู้เสียหายไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำมามอบให้พนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนพิจารณาพยานและหลักฐานที่เพิ่มเติมแล้ว ทราบว่าเป็นความผิดฐานใดบ้าง และจะมีการสอบสวยและดำเนินคดีเกี่ยวกับฐานความผิดที่้เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นมีการติดต่อเข้ามาบ้าง ทราบว่าตอนนี้อาจจะมีประมาณ 1 – 2 รายแล้ว แต่สำหรับท่านใดที่ได้รับความเสียหายจสกกรณีการถูกหลอกลวงในเคสของร่างทรง ที่คิดว่าตัวเองได้รับความเสียหายสามารถติดต่อมาทางเพจหมอปลาช่วยด้วย หรือเพจทนายโนบิเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือตรงนี้ได้เช่นกัน
.
นางพัชญ์ธินันท์ กล่าวว่า ลักษณะของการหลอกลวงคือเป็นการเชิญองค์มาประทับร่างและพูดเหมือนพูดเชิงว่าสิ่งที่เราให้ความช่วยเหลือดูแลร่าง เหมือนเข้าจะให้มีทางเรื่องโชคลาภ ชีวิตเราลำบากอยากให้มีชีวืตที่ดีขึ้น ประกอลกับทางร่างให้เราช่วยเขาในเรื่องการดพเนินชีวิตและเราก็เลยหลงเชื่อ เมื่อก่อนก็ไม่คิดที่จะหลงเชื่อแบบนี้ แต่ด้วยการที่เราอยูากับเขามานานและได้รับการปลูกฝังในการสร้างบุญสร้างกุศลและต้องเอาองค์เทพมาส่วนหนึ่งให้เราเชื่อมันก็เลยเกิดความเชื่อและก็หลงไปตรงนั้น
.
ในกรณีที่มีผู้เสียหายเป็นหญิงรายหนึ่งที่ต้องสูญเสียบ้านไป จากที่ที่ตนเองรู้คือ เพราะทางร่างทรงเขาเคยเล่าให้ฟังว่าเดิมทีบ้านหลังนี้เป็นของลูกศิษย์ ทึกวันนี้ลูกศิษย์คนนี้ก็ยังอยู่ข้างกาย จากที่เขามีเงินเดือน 5 หมื่น ด้วยความศรัทธาของผู้หญิงคนนี้ได้ให้เงินเดือนใช่เดือนละ 2 หมื่น จนกระทั่งลูกศิษย์คนนี้ประสบปัญหาภาวะเรื่องการเงิน และร่างทรงก็ไปช่อนซื้อบ้านบ้านหลังนี้จนทำให้ผู้หญิงคนดังกล่าวออกไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก ซึ่งก็ไม่ได้ไกลจากบ้านร่างทรง
.
ในกรณีของตนเองก็เช่นกัน เขาเอาเงินเราไปจำนวนมสกจนเราแย่สุดท้ายก็เหมือนออกกลอุบายให้เรามีการโอนที่ให้ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าเขาช่วยเหลือเราแต่ผลสุดท้ายก็หลอกให้เราเพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะใช้หนี้เขา “เพื่อเป็นหลักประกันว่าเธอต้องโอนที่ให้เป็นชื่อฉันก่อนนะเพื่อที่ว่ามั่นใจว่าเธอจะเอาเงินมาคืนฉัน ในสิ่งที่ฉันช่วยเธอไป” ก็เลยหลงเชื่อไปตรงนั้นก็เลยทำให้สูญเสีย
.
เหตุการณ์ครั้งนี้ให้บทเรียนกับตนเองเป็นอย่างมาก ความเชื่อ ความศรัทธา มันทำให้เราหากำลังใจหาที่พึ่งเลยทำให้เราหลงผิดที่ว่าไปเชื่อพวกร่างทรงเราคิดว่าเขาเข้าใจเราที่สุด คืดว่าเขาเป็นผู้มศีนเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทำให้เราไปเกิดความศรัทธา วันนี้มีสติคือ จริงๆแล้วเราต้องเมตตาตนเองก่อนช่วยเหลือตัวเองก่อนก่อนที่เราจะไปช่วยเหลือคนอื่นก็ไม่คุ้มกับที่เราต้องสูญเสียไป