ขอนแก่นอนุญาตให้นักเรียนนายร้อยกลับบ้านได้ ขณะนักเรียนนายสิบต้องกักตัวตามมาตรการคุมเข้มโควิด-19
ขอนแก่น อนุญาตให้นักเรียนนายร้อยกลับบ้านได้ ขณะที่นักเรียนนายสิบต้องกักตัวตามาตรการคุมเข้มโควิด-19 ผู้ว่าฯย้ำชัด ทำทุกอย่างตามมาตรการอย่างเข้มข้น วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกและฟังข้อเท็จจริงจากทางการเท่านั้น
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ม.ค.2564 ที่ห้องประชุมแก่นภูมิ ชั้น 4 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชาย โชติปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น ได้ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ หลังเกิดความสับสนและวิตกกังวลของประชาชนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนชาวขอนแก่นและสื่อมวลชนร่วมรับฟังภายในห้องประชุมและผ่านระบบไลฟ์สดของเพจต่างๆจำนวนมาก
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ขอนแก่นยังคงยืนยันจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ตรวจพบ 10 คนในจำนวนนี้ 5 คนรักษาหายขาดและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ และอยู่ในการรักษาของแพทย์ 5 คนแยกเป็น รพ.ขอนแก่น 1 คนและ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข. 4 คน ขณะที่ไทมน์ไลน์ของผู้ป่วยยืนยันรายใหม่รายที่ 7-10 นั้นพบว่าเป็นครอบครัวและมีพื้นที่กลุ่มเสี่ยงตามไทมน์ไลน์ที่เกิดขึ้นคือที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนโรคและเจ้าหน้าที่ทำการตรวจคัดกรอง การทำประวัติและการแนะนำมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ซึ่งนักเยนตำรวจเข้าใจและวันนี้จึงอนุญาตให้นักเรียนนายร้อยอบรมรุ่น 53 กลับบ้านได้
“ กลุ่มเสี่ยงที่สำคัญที่เราต้องคุมเข้มอย่างเข้มงวดคือตำรวจที่เข้ารับการอบรมที่ ศฝร.4 แยกเป็น นักเรียนนายร้อยอบรมรุ่นที่ 53 จำนวน 779 คน ซึ่งจากการตรวจคัดกรองและเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบพบว่าทุกคนไม่มีการติดเชื้อ ทีมสาธารณสุขร่วมกับจังหวัดและตำรวจ จึงหารือกันและมีติในการอนุญาตให้กับตำรวจกลุ่มนี้นั้นกลับบ้านได้โดยจะต้องกักตัวที่บ้าน 14 วัน โดยที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของแต่ละพื้นที่ที่ตำรวจทั้งหมดพักอยู่จะต้องตรวจติดตามอย่างเข้มงวดเพราะเราจะวางใจไม่ได้”
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า สำหรับนักเรียนนายสิบ ที่ทำการบอรมอยู่ 716 นายนั้นขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้านและให้เข้าพักแยกกองร้อยแบบเว้นระยะห่างจำนวน 3 กองร้อย 3 อาคารโดยมีตำรวจครูฝึกและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัย หากพบว่ามีเหตุผิดปกติ ก็จะสามารถเข้าทำการตรวจคัดกรองหรือแยกการกักตัวได้ทัน เนื่องจากผลตรวจของนักเรียนกลุ่มนี้ยังไม่ออกจังหวัดจึงต้องดำเนินการอย่างรัดกุมและเข้มงวด
ขณะที่ นพ.สมชายโชติ ปิยวัขร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยรายใหม่ ในลำดับที่ 7-10 นั้นเป็นคนในครอบครัวเดียวกันทุกหน่วยงานจึงต้องตรวจสอบไทมน์ไลน์อย่างละเอียด เพื่อที่คณะทำงานจะได้ตรวจติดตามได้ง่ายขึ้นและยังคงพบอีกว่ามีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยที่ จ.เลย ซึ่งทุกข้อมูลที่ได้รับคณะทำงานจะสอบสวนอย่างละเอียด ไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป แต่บางอย่างก็ไม่สามารถที่จะเปิดเผยเพราะการทำงานของเข้าหน้าที่ร่วมทุกฝ่ายต้องรัดกุม รอบคอบ และปลอดภัยที่สุด ดังนั้นระยะนี้พื้นที่เสี่ยงคือ ที่ ศฝร.4 การเข้า-ออก หรือการดำเนินการใดๆจะต้องรัดกุม เว้นระยะห่างและเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพร้อมที่จะปรับเป็นโรงพยาบาลสนามทันที หากมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางการ อย่าตะหนกกับข้อมูลหรือการแชร์ข้อมูลต่างๆ เพราะการรายงานต่างๆทุกฝ่ายจะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวดและเมื่อมีความชัดเจนในรายละเอียดก็จะมีการเปิดเผยข้อมูลที่แน่ชัดทันที