ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา"เทศบาลโคราช"จ่าย 22 ล้านให้ผู้รับจ้างก่อสร้างประปา
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ห้องประชุมกาญจนาภิเษก ชั้น 5 สำนักงานเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา นายอุทัย มิ่งขวัญ ประธานสภา ทน.นครราชสีมา เปิดการประชุมสมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2566 ครั้งที่ 1 โดยมีนายประเสริฐ บุญชัยสุข นายก ทน.นครราชสีมา พร้อมผู้บริหารและสมาชิกสภา (สท.) 23 คน จากจำนวนทั้งหมด 24 คน รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ซึ่งมีนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา ถือโอกาสมาพบปะ เยี่ยมเยียนมอบนโยบายการบริหารท้องถิ่นรวมทั้งสังเกตการณ์เป็นครั้งแรก หลังเดินทางมารับตำแหน่ง ผวจ.นครราชสีมา
ในระเบียบวาระที่ 1.8 นายอุทัย ประธานสภา ทน.นครราชสีมา แจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ด้วยในปี 2550 ตกลงว่าจ้างกิจการร่วมค้าเอส เอ (บริษัท ซีโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท อาควาไทย จำกัด ทำการก่อสร้างโครงการแก้ไขบัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทน.นครราชสีมา ตามสัญญาจ้างเลขที่ 3 /2550 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2550 วงเงินค่าจ้าง 3,060,000,000 บาท กำหนดแล้วเสร็จภายในกำหนด 1,140 วัน ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างตามสัญญากลุ่มรักษ์ลำแชะ
โดยนายธีระพล กับพวกรวม 91 คน ฟ้อง ทน.นครราชสีมาและกรมชลประทานต่อศาลปกครองนศรราชสีมา ขอให้ยกเลิกโครงการ ฯ กับมีคำขอให้ศาลปกครองกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา วันที่ 15 ตุลาคม 2552 ศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งคุ้มชั่วคราวให้ระงับการก่อสร้างจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น คดีหมายเลขดำที่ 174/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 287/2551 วันที่ 27 ตุลาคม 2552 ผู้รับจ้างได้มีหนังสือที่ SA/เทศบาล/009/2552 แจ้งผลของการระงับการก่อสร้างตามโครงการเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ต้องรับภาระค่าใช้จ่าย คำเสียหายโดยไม่ใช่ความผิดของผู้รับจ้างวันที่ 7 ตุลาคม 2553 ศาลปกครองนครราชสีมาได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที 174/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 283/2551 ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครอง จากนั้นผู้รับจ้างได้ดำเนินก่อสร้างจนแล้วเสร็จในวันที่ 24 เมษายน 2558 กิจการร่วมค้า เอส เอ ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ทน.นครราชสีมา เนื่องจากคำสั่งระงับการก่อสร้าง 74,077,443.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยและศาลปกครองนครราชสีมามีคำพิพากษาในวันที่ 10 สิงหาคม 2559 คดีหมายเลขดำที่ 103/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 174/2559 ตุลาการเสียงข้างมากให้ ทน.นครราชสีมา ชำระเงินชดเชยความเสียหายให้ผู้ฟ้องคดีจำนวนเท่ากับร้อยละ 50 ของค่าเสียหาย 38,038,221.36 บาท พร้อม ดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี ทน.นครราชสีมา อุทธรณ์ถึงที่สุด วันที่ 4 มกราคม 2566 ศาลปกครองสูงสุดแก้คำพิพากษาศาลปกครองนครราชสีมาให้ ช่วยเหลือเยียวยาทดแทนความเสียหาย 14,815,288.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องคดีจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปีหรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา พิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง
ทั้งนี้ ทน.นครราชสีมา แจ้งคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีระงับการก่อสร้างเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองนครราชสีมา ถือเป็นการใช้อำนาจพิเศษหรือเอกสิทธิ์ที่มีเหนือคู่สัญญาฝ่ายเอกชนตามข้อบังคับและหลักกฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองและเมื่อการกระทำถือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราาก่อนการพิพากษาของศาลปกครองนครราชสีมา จึงไม่อาจถือเป็นความบกพร่องหรือความผิด
เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ช่วยเหลือเยียวยาจึงมีผลกระทบต่อสถานะการเงินการคลังของสำนักการประปาจึงมีหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปผู้ฟ้องคดีพิจารณาหัวงเวลาสิ้นสุดในการคำนวณดอกเบี้ยขอความอนุเคราะห์การคิดคำนวณนับตั้งแต่วันฟ้องคดีที่จะต้องจ่ายจากเงินค่าชดเชย 14,815,288.65 บาท ค่าดอกเบี้ย 7,914,002.47 บาท รวมทั้งสิ้น 22,729,291 บาท เนื่องจากสำนักการประปามิได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ทันทีและไม่สามารถปฏิบัติได้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงินการเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินขององค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2561 ข้อ 89 (1) ถือปฏิบัติตามข้อตามระเบียบประกอบคำสั่งกระทรวงมหาดไทยสำนักการประปา มียอดเงินสะสมสามารถนำไปใช้จ่ายได้ 63,582,165.08 บาท ขอใช้จ่ายเงินสะสม 22,729,291 บาท จึงนำเสนอสภา ทน.นครราชสีมา เพื่อทราบ