รองนายกฯลงตรังมอบบัตร Smart card อสม.ในพื้นที่จังหวัดตรัง พร้อมติดตามคืบหน้าโครงการขยายผลธนาคารปูม้า

ภูมิภาค14 มี.ค. 2562 • 20:15 น.
รองนายกฯลงตรังมอบบัตร Smart card  อสม.ในพื้นที่จังหวัดตรัง พร้อมติดตามคืบหน้าโครงการขยายผลธนาคารปูม้า
วันที่ 14มีนาคม ที่หอประชุมสุพรรณิการ์ อาคารหลักศิลา มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดตรัง พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะมาจังหวัดตรังเพื่อตรวจเยี่ยมติดตามการพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้กำลังใจการทำงานและมอบบัตร Smart card ให้แก่ชมรม อสม. จังหวัดตรังทั้ง 10 อำเภอ โดยมี นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และ อสม.ให้การต้อนรับ พลเอกฉัตรชัย กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและได้รับบริการที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง การสร้างความเข็มแข็งของชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่ โดยใช้กลไกขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอําเภอ (พชอ.) คลินิกหมอครอบครัว และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ผ่านเกณฑ์คุณภาพเป็น รพ.สต. ติดดาว “ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดพัฒนา อสม. 4.0 เพื่อรองรับกับบริบทปัญหาที่เปลี่ยนแปลง ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยให้ อสม.มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Skill) ทํางานผ่านแอปพลิเคชัน ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) การปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีจิตอาสาและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ และความมีจิตอาสา ส่งผลต่อการทำงานสาธารณสุขเชิงรุกให้มีประสิทธิภาพที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ของการพัฒนาที่ยั่งยืน” พลอกฉัตรชัย กล่าว สำหรับบัตร Smart card ที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อให้เป็นบัตรประจำตัว อสม. มีฐานข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง เป็นทั้งบัตร ATM และบัตรชำระค่าบริการในร้านที่รองรับบัตร ช่วยให้ อสม.มีความสะดวก คล่องตัวมากขึ้น เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่มีจิตอาสาในการช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ให้เป็น รพ.สต.ติดดาว เป็นนโยบายสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับหน่วยบริการระดับปฐมภูมิให้ได้มาตรฐาน ประกอบด้วย 5 ดี ได้แก่ การบริหารดี ประสานงานดี ภาคีมีส่วนร่วม บุคลากรดี บริการดี และประชาชนมีสุขภาพดี จากนั้น พลเอกฉัตนชัย และคณะเดินทางต่อไปยัง กลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านน้ำราบ หมู่ที่ 4 ตำบลบางสัก อำเภอกันตัง เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการขยายผลธนาคารปูม้า พร้อมมอบป้ายโครงการให้กับชุมชน และร่วมปล่อยพันธุ์ปูม้า นายเกียรติศักดิ์ เกษมพันธุ์กุล ประมงจังหวัดตรัง กล่าวรายงานถึงสถานการณ์ประมงจังหวัดตรังว่า เรือประมงพาณิชย์ในจังหวัดตรัง ที่ได้รับอนุญาต จำนวน 221 ลำ มีศูนย์แจ้งเข้า-ออก เรือประมง 1 แห่ง ที่อำเภอกันตัง ส่วนการทำประมงพื้นบ้าน มีจำนวน 5,129 ครัวเรือน รายได้เฉลี่ย 1แสน2หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อปี การจัดการและแก้ไขปัญหาประมง มีการดำเนินการในระดับหมู่บ้าน ตำบล ผ่าการพูดคุยเจรจา วางกติกาชุมชน หรือผ่านเวทีราษฎร – รัฐ ซึ่งมีการประชุมทุกเดือน อย่างไรก็ตามการทำประมงผิดกฎหมายของชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดตรังยังคงมีและถูกจับดำเนินคดีมาโดยตลอด แนวทางการส่งเสริมอาชีพจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายได้ ทั้งนี้ พลเอก ฉัตรชัย ได้มอบซั้งให้กับชาวประมงพื้นบ้าน จากงบประมาณซึ่งเป็นงบกลางปี 2562 เป็นเงิน 438,000 บาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านของจังหวัดตรัง โดยสำนักงานประมงจังหวัดตรังได้จัดทำโครงการการส่งเสริมพัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยการจับสัตว์น้ำจากการจัดทำซั้งเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำให้กับกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านทะเลชายฝั่ง จำนวน 12 ชุมชน 15 แห่ง ในพื้นที่อำเภอกันตัง จำนวน 84 ลูก อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ อำเภอละ 42 ลูก รวมจำนวนซั้งทั้งหมด 210 ลูก เพื่อให้จัดวางซั้งบริเวณหน้าบ้านของตนเอง และร่วมกำหนดกติกาในการสงวนพื้นที่ให้เป็นแหล่งแพร่ขยายพันธ์สัตว์น้ำ เพื่อให้เป็นธนาคารของชุมชน เก็บดอกผลใช้สมดังเจตนารมณ์ของโครงการต่อไป นายอะเหร็น พระคง ประธานชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง กล่าวว่า ชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง ประกอบด้วยหมู่บ้านที่มีสมาชิกกว่า 40 ชุมชน ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและชุมชนประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบแห่งนี้ เป็นพื้นที่แนวเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนสี่หมู่บ้าน (เขตเล-เสบ้าน) มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งในรูปแบบต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา