พ่อค้าไอติมยืนซื้อไก่ย่าง ชายพิการทุบหลัง หยอกเล่น หันไปสวนหมัด เข้าหน้าบวม ตาเขียว อ้างตกใจ

ภูมิภาค16 ก.ค. 2564 • 08:41 น.
พ่อค้าไอติมยืนซื้อไก่ย่าง ชายพิการทุบหลัง หยอกเล่น หันไปสวนหมัด เข้าหน้าบวม ตาเขียว อ้างตกใจ
พ่อค้าไอติมชาว อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ยืนซื้อไก่ย่างถูกชายพิการสมองใช้กำปั้นทุบหลังหยอกเล่นตกใจหันไปสวนหมัดใส่หน้าเต็มแรงจนหน้าบวมเป่งตาเขียวจมูกเลือดไหล ยันไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นที่ผ่านมาก็เอาไอติมให้กินประจำยันทำไปเพราะตกใจ พร้อมรับผิดชอบ ตร.เรียกทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ย ชายพิการและญาติไม่ติดใจเอาเรื่อง วันนี้(16 ก.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค.64 พ.ต.ต.พงศ์สันต์ บุตตะวงศ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้เรียก นายภูกิจ เอกภัทรจินดา อายุ 57 ปี พ่อค้าขายไอติม และญาติของนายแก้ว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการทางสมอง เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยที่โรงพัก หลังจากญาติของนายแก้ว ได้เข้าแจ้งความว่าถูกนายภูกิจ พ่อค้าขายไอติม ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้กำปั้นชกที่หน้า จนใบหน้าด้านขวาบวมช้ำ ตาเขียว จมูกเลือดไหลต้องส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งจากการสอบถามนายภูกิจ พ่อค้าขายไอติม ยอมรับว่า ได้ชกหน้านายแก้ว จริง แต่ไม่ได้ตั้งใจเนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ ขณะตนยืนเลือกไก่ย่างอยู่บริเวณเตาร้านค้าไก่ย่างแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน จู่ๆ นายแก้ว ชายพิการทางสมอง ซึ่งปกติก็รู้จักคุ้นเคยกันดีเพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ได้เข้ามาใช้กำปั้นทุบที่หลังตนเองโดยไม่ทันตั้งตัว 1 ทีจนหัวเกือบหัวคะมำ ด้วยความตกใจจึงหันไปสวนหมัดเข้าที่หน้าของนายแก้ว 1 ครั้ง ก็คิดว่าไม่เป็นอะไรมาก พอซื้อเสร็จจึงเอาไก่ย่างไปให้ลูกที่บ้าน พอรู้ว่านายแก้ว เข้า รพ.ก็ตามไปดูที่ รพ. ยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเพราะรู้อยู่แล้วว่านายแก้วไม่ปกติ ที่ผ่านมาก็ไม่ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันและตนยังเอาไอติมให้นายแก้ว กินฟรีเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม พร้อมจะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านนางสมัย ไวดี อายุ 54 ปี ญาติผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ มารู้ทีหลังตอนที่นายแก้ว ถูกนำตัวส่ง รพ. พอเห็นรอยบวมช้ำที่ใบหน้าและมีเลือดไหลออกจมูกก็ตกใจ ไม่คิดว่าจะทำกันแรงขนาดนี้ เพราะนายแก้ว ก็เป็นคนพิการทางสมอง แต่เมื่อคู่กรณียืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายทำไปเพราะความตกใจ และพร้อมจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับทางเจ้าตัวที่ถูกชกก็บอกว่าไม่ติดใจทางญาติก็ไม่เอาความ ส่วนเรื่องคดีก็แล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไร หลังจากทั้งสองฝ่ายพูดคุยตกลงกันได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้แจ้งข้อหา กับพ่อค้าไอติม แต่หากคู่กรณีไม่ดูแลรับผิดชอบที่รับปากหรือทำบึกทึกไว้ ก็สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นอุทาหรณ์ด้วยว่าการจะไปหยอกล้อใคร ควรจะดูให้ดีก่อนว่าคนที่เราไปหยอกล้อเป็นคนตกใจง่าย ขี้โมโห หรือบ้าจี้หรือไม่ เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้