สองนักเรียนหญิงขับจยย.ข้ามแยกถูกรถเก๋งของผอ.ขับมาทางตรงชนเข้าอย่างจังอาการสาหัสทั้งคู่
วันที่ 2 ธ.ค. 2565 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 340 ม. 15 บ้านห้วยยางศรีวิไล ต.ดงเมืองแอม อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ นายบุญรวม อายุ 46 ปี และนางวิษา อายุ 38 ปี บิดา และมารดาของลูกสาว 2 คน อายุ 17 ปี และ 13 ปี นักเรียนชั้น ม. 5 และ ม. 1 โรงเรียนเขาสวนกวางวิทยานุกูล ซึ่งประสบอุบัติเหตุ ถูกรถยนต์ ฮอนด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน งต-8759 นครราชสีมา พุ่งชนขณะที่ลูกสาวขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 2 กด -4339 ขอนแก่น ที่บริเวณสามแยกบ้านนาค้อ
ภายหลังจากที่เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 โพสต์คลิปอุบัติดหตุ พร้อมข้อความระบุว่า “ช่วยดูคลิปอุบัติเหตุนี้หน่อย ใครผิด...ขอคำแนะนำอยากขอปรึกษาหน่อยครับ เรื่องลูกถูกรถชนครับเรื่องมีอยู่ว่าลูกสาวสองคนคนเล็กเรียน ม.1 คนโตเรียน ม.5 เลิกเรียนจะกลับบ้านขับมอไซออกจากทางแยกเขามาทางตรงชนรถลูกสาวผม ดูคลิปแล้วเขาว่าลูกสาวผมผิด ลูกสาวผมสาหัสทั้งสองคนยั่งงี้ผมจะเรียกร้องอะไรได้บ้างไหมครับ”
ซึ่งเมื่อถึงบ้านพบบุตรสาวของนายบุญรวมนอนอยู่บนเตียง โดยคนโตชื่อ น.ส.จุฑาทิพย์ นักเรียนชั้น ม. 5 ได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างขวา ซึ่งแพทย์ทำการรักษาผ่าตัดดามเหล็กให้ ยังไม่สามารถเดินและช่วยตัวเองได้ ในขณะที่ลูกสาวคนเล็ก ชื่อ ด.ญ.วริศรา นักเรียนชั้น ม. 1 โรงเรียนเดียวกันกับพี่สาว ก็นอนอยู่บนที่นอน มีมารดาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และบาดเจ็บที่ขาขวา กรามหัก ยังไม่สามารถขยับกรามได้ มารดาต้องบดอาหารให้รับประทานตลอดเวลา
นายบุญรวม กล่าวว่า เป็นคนส่งคลิปพร้อมข้อมูลไปยังเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 เพราะ กลุ้มใจ และสงสารลูก เพราะตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ลูกต้องขาดเรียน ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็ก ในวันเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ สลบไม่ได้สติ และแพทย์ได้ทำการปั้มหัวใจ จนรู้สึกตัวกลับคืนมา จากนั้นก็ส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ศรีนครินทร์ เป็นเวลา 8 วัน ส่วนลูกคนโต ก็อาการสาหัส ถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ศรีนครินทร์ เช่นกัน และแพทย์ได้ดามเหล็กที่ขาข้างขวาให้เพราะขาหัก รักษาตัวในรพ.4 วันก็ออกจากรพ. ซึ่งหลังจากลูกออกจากรพ.แล้วก็ช่วยเหลือตัวสเอวไม่ได้ พ่อแม่ก็ต้องหยุดรับจ้างมาดูแลลูกสาวทั้งสองคน เพีราะคนโตเดินไม่ได้ ลูกสาวคนเล็กก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
หลังจากลูกสาวประสบอุบัติเหตุ ก็ได้ลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุและไปพบกับตำรวจจนทราบว่า ลูกสาวประสบอุบัติเหตุที่สามแยกบ้านนาค้อ โดยลูกสาวออกมาจากในซอย ขณะนั้นมีรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อฮอนด้า ที่วิ่งมาจากทาง บ.คำนางปุ่ม มุ่งหน้าออกไปทางถนนมิตรภาพ ก็ชนรถจักรยานยนต์ของลูกสาวจนบาดเจ็บทั้งสองคน ซึ่งคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว ทราบว่า เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.เขาสวนกวาง พร้อมภรรยาก็มาเยี่ยมลูกสาวสองคนที่ รพ.พร้อมกับแสดงความรับผิดชอบว่าจะจ่ายเงินให้ครอบครัว 50,000บาท แต่ยังไม่ให้ มอบเพียงค่าน้ำมันให้ 3,000บาท ในขณะเดียวกันหลังจากลูกสาวออกจากรพ.คนขับรถเก๋งก็โทรมาแจ้งว่า ลดค่าทำขวัญเหลือ 30,000บาท และทะเลาะกับภรรยา จึงไม่มีเงินมาจ่ายให้ และถ้าไม่อยากยุ่งอยาก ก็ขอให้รับเงินจำนวนดังกล่าวด้วย
อีกทั้ง นายบุญรวม กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้ครอบครัวลำบาก เพราะ ตนกับภรรยาไม่สามารถออกไปรับจ้างได้ ทุกวันนี้ อยู่ได้ด้วย เงินที่ครูและเพื่อนของลูกสาวที่โรงเรียนมาเยี่ยม นำเงินสินน้ำใจมามอบให้ แต่ถ้าไม่มีเงินที่ทางโรงเรียนช่วยเหลือมา ครอบครัวก็คงจะแย่ จึงไปพบตำรวจ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง เพื่อขอคำปรึกษาในเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับลูกสาวทั้งสองคน โดยได้ให้รายละเอียดไปว่า รถจักรยานยนต์คันที่ลูกสาวขี่ไปเรียนหนังสือนั้น พัง จึงส่งซ่อมที่ร้านซ่อมและยังไม่ทราบราคา ส่วนค่ารักษาพยาบาลลูกสาวนั้น ใช้เงินจาก พ.ร.บ.ของรถจักรยานยนต์ และใช้บัตรทอง
โดยลูกสาวคนโตรักษาไป 68,000บาท คนเล็ก 70,000 บาท แต่หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ยังต้องพาลูกไปพบแพทย์ตามหมอนัด ซึ่งยังต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาอีก จึงอยากให้คู่กรณี มีมนุษยธรรมกับครอบครัว ช่วยเยียวยาบ้าง พนักงานสอบสวนแจ้งว่า เรื่องการเยียวยาคู่กรณีต้องคุยกันเอง จึงปรึกษากับภรรยาว่า ถ้าปล่อยไปนาน ปัญหาก็จะเพิ่มมากขึ้น ทำใจ ยอมรับเงิน 30,000บาท จากคู่กรณี แต่จนถึงขณะนี้คู่กรณี ก็ยังไม่เอาเงินมาให้ อยากให้คู่กรณี แสดงความรับผิดชอบโดยเร็ว เพราะครอบครัวกำลังแย่ ไม่มีรายได้ แล้วยังต้องพาลูกไปหาหมออีก
ขณะที่น้องแป้ง อายุ 17ปี กล่าวว่า ขณะขับขี่มากับน้องสาวนั้นมองแล้วว่าไม่มีรถ จึงบิดคันเร่งเร่งเครื่องข้ามถนนเลี้ยวขวากลับบ้าน เป็นจังหวะที่รถเก๋งขับมาแต่ตนเองมองไม่เห็นว่ามีรถ เห็นแค่ว่าถนนว่างแล้วจึงขับออกมาแล้วรู้สึกว่าได้ยินเสียงแตรจากรถเก๋งที่วิ่งมาชนจนกระเด็น และมองเห็นน้องสลบอยู่กลางถนน ก่อนที่คนจะมาช่วยและเรียกรถพยาบาลมารับตัวไปโรงพยาบาลคนละคันกับน้อง
"ตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บและยังตกใจ นอกจากนี้ยังรู้สึกชาๆที่ขาแต่ก็เริ่มกระดิกได้บ้างแล้ว หลังจากนี้ก็คงไม่กล้าขับรถจักรยานยนต์อีกแล้ว เพราะเหตุการณ์ยังติดตา จึงขอฝากเพื่อนๆที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ดูรถให้ดีก่อนจะข้ามทาง"น้องแป้ง กล่าว