ชาวนาขอนแก่นออกมานอนเฝ้าข้าวเปลือก หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จ หวั่นถูกโจรย่องเงียบมาขโมยกลางดึก

ภูมิภาค19 พ.ย. 2563 • 22:58 น.
ชาวนาขอนแก่นออกมานอนเฝ้าข้าวเปลือก หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จ หวั่นถูกโจรย่องเงียบมาขโมยกลางดึก
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 พ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน บ.หนองไฮ ม.7 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ต่างพากันก่อกองไฟทำเมนูอาหารประเภทต่างๆเพื่อร่วมกันรับประทานในครอบครัว รวมทั้งการจัดเตรียมสถานที่หลับนอนโดยเฉพาะกับการกางเต๊นท์ในจุดที่ตนเองตากข้าวไว้ เพื่อเฝ้าข้าวเปลือกของตัวเองที่นำมาตากไว้ที่ลานอเนกประสงค์แห่งนี้ หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ต่างต้องการป้องกันและสอดส่องดูแลไม่ให้ข้าวเปลือกถูกคนร้ายขโมยไปตามที่มีข่าวในหลายๆพื้นที่ ขณะที่ซึ่งลานอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้านแห่งนี้ ผู้นำชุมชนได้มีการประกาศให้ชาวนาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตสามารถนำมาตากได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตากข้าวบนถนนซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อผู้ที่สัญจรผ่านไป-มา นางหนูคล้าย นาเสถียร อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.8 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าของข้าวเปลือก บอกว่า หลังจากที่ได้จ้างรถเกี่ยวข้าวเข้ามาเกี่ยวข้าวแล้ว ก็ได้นำข้าวเปลือกมาตากที่ลานอเนกประสงค์แห่งนี้ โดยนำมาตากเป็นประจำทุกปี ซึ่งครอบครัวจะนอนเฝ้าจนกว่าจะครบ 3 วัน หรือจนกว่าข้าวจะแห้งสามารถนำใส่กระสอบได้ "หากไม่นอนเฝ้าก็กลัวว่าจะถูกคนไม่หวังดีมาขโมยเอาข้าวของตัวเองไป แม้แต่บางครั้งเรานอนเฝ้าอยู่ก็ไม่วายที่จะถูกขโมยไปเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกขโมยมาขโมยข้าวเปลือกในขณะที่ตากไว้แล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ตอนนั้นตากไว้ที่หน้าบ้านแล้วเข้านอนในบ้านตามปกติ ทำให้คนร้ายอาศัยจังหวะที่ทุกคนนอนหลับสนิทมาขโมยไป โดยที่ขโมยไปได้ประมาณ 3-4 กระสอบ ขณะที่ในปีนี้ได้ผลผลิตดี เพราะมีฝนเยอะ จึงนำข้าวเปลือกมาตากที่ลานอเนกประสงค์และกางเต็นท์นอนกับครอบครัว เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลข้าว โดยคาดว่า 3 วันจะสามารถเก็บเข้ายุ้งฉางที่บ้านได้ ซึ่งครอบครัวจะนอนเฝ้าตลอดทั้ง 24 ชม." นางหนูคล้าย กล่าวต่ออีกว่า ตามที่มีปรากฏในข่าวว่ามีการตากข้าวบนถนนนั้น ส่วนตัวคิดว่าการตากข้าวบนถนนนั้นเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เสี่ยงทั้งคนอื่น และตัวเองอาจถูกรถเสียหลักมาชนเอง เพราะบนถนนบางจุดก็มืด และรถก็ขับเร็ว เมื่อรถมาใกล้กับข้าวที่ตากจึงจะมองเห็นทำให้รถเกิดการเบรกกะทันหันเสียหลักเกิดอุบัติเหตุได้ หากจะตากก็ควรตากในจุดที่มีการเตรียมไว้ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ มีความจำเป็นต้องตากเพราะไม่มีที่ตาก ก็ควรตากบนถนนหมู่บ้านที่มีการตั้งจุดที่มีการประชาสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านให้ทราบ และมีสัญลักษณ์มีไฟสว่างมองเห็นจากไกลๆก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุลงได้ เพราะคนทำนาทุกคนเข้าใจหัวอกชาวนาด้วยกันดี แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในส่วนรวมเป็นสำคัญด้วย