"สุดารัตน์"รุดเยี่ยมความสำเร็จ โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน อบต.บ้านผึ้ง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 มี.ค.63 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผึ้ง อ.เมือง นครพนม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ดร.ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต3 พรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ รับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้า และความสำเร็จ เกี่ยวกับโครงการนำร่อง จัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน ของ อบต.บ้านผึ้ง แก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ ประมาณปี 59 จนสามารถเติมน้ำลงใต้ดิน แก้ไขปัญหาภัยแล้ง รับมือน้ำท่วม ประสบความสำเร็จ ระดับหนึ่ง จนกระทั้งได้มีขยายโครงการต่อเนื่อง เพื่อรับมือภัยแล้งวิกฤติ ส่วนการดำเนินการมีโครงการเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบระบบเปิด คือ การขุดบ่อสาธารณะ โดยให้มีระดับความลึก เพื่อใช้เป็นสะดือของบ่อ ให้มีการดุดวับน้ำลงใต้ดิน ตามหลักทฤษฎีธนาคารน้ำใต้ดิน ปัจจุบัน มีการดำเนินการไปแล้วในพื้นที่กว่า 19 บ่อ ส่วนอีกแบบ คือ ระบบปิด เป็นการทำตามครัวเรือนชุมชนหมู่บ้าน และคลองระบายน้ำในชุมชน โดยมีการขุดบ่อพักน้ำ หรือคลองน้ำ และนำเศษวัสดุลงไปในบ่อ ก่อนฝังกลบด้วยหิน หรือหินกรวดที่มีช่องระบายอากาศ สามารถระบายน้ำลงบ่อได้ ที่จะเป็นการลดปัญหาน้ำท่วมขัง และเป็นการผลักดันน้ำลงใต้ดิน ทำให้ปัจจุบันจากการสำรวจภาพรวม ในพื้นที่ ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม มีปริมาณน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง น้ำใต้ดิน และน้ำเก็บกักไม่ขาด
ในครั้งนี้ มี นายชาตรี จันทร์วีระชัย รอง ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย ด.ต.พิทักษ์ ต่อยอด นายก อบต.บ้านผึ้ง นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมต้อนรับ และรับฟังบรรยายสรุป เกี่ยวกับความสำเร็จ และแนวทางการส่งเสริมการจัดตั้งธนาคารน้ำรับมือภัยแล้ง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกดีใจ ที่ได้ลงพื้นที่ จ.นครพนม โดยมี ทีม ส.ส.เพื่อไทย จ.นครพนม ให้การต้อนรับ รวมถึง ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนชาวบ้าน โดยเฉพาะวันนี้ ต้องขอชื่นชมหลังมาเยี่ยมชมความสำเร็จของโครงการ ธนาคาร น้ำใต้ดิน อบต.บ้านผึ้ง อ.เมือง นครพนม ที่มีความเข้มแข็งบุกเบิกนำร่อง ดำเนินการ มาหลายปี จนประสบความสำเร็จ ทำให้ มีน้ำเพียงพอ ไม่เดือดร้อนเกี่ยวกับแหล่งน้ำ ถือเป็นความเข้มแข็งของ อง๕กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้นำชุมชน ซึ่งจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเป็นต้นแบบ ในการขับเคลื่อนนโยบายพรรค รวมถึงนำข้อมูลไปเป็นนโยบายพรรคเพื่อไทย ในการขับเคลื่อน ดูแลช่วยเหลือประชาชน เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการส่งเสริมอาชีพการเกษตร แก้ปัญหาความยากจน โดยที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า การดูแลช่วยเหลือแก้ปัญหาของรัฐบาลล้มเหลว การจัดสรรงบประมาณไปแก้ภัยแล้ง ขุดลอกแหล่งน้ำ ไม่ได้ประโยชน์ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ หลังทำเสร็จไม่มีการติดตาม ไม่ต่อเนื่อง สร้างแล้วปล่อยทิ้ง และไม่ดำเนินการต่อยอดพัฒนาโครงการ ในด้านการส่งเสริมการเกษตร การสร้างอาชีพ จากการลงพื้นที่หลายจังหวัด ยังพบว่าเดือดร้อนไม่ได้รับการแก้ไขจริงจัง
ที่สำคัญต้องยอมรับว่า การพัฒนาแหล่งน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาอาชีพการเกษตร ที่จะสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรที่ยั่งยืน ที่สำคัญนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย นอกจากจะส่งเสริมการพัฒนาแหล่งน้ำ ยังได้ส่งเสริมอาชีพการเกษตรปลอดภัย เน้นเรื่องการปลอดสารพิษ ซึ่งยังเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่พรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้ทางรัฐบาล ออกกฎหมายควบคุมแบนสารพิษ ในการเกษตร แต่สุดท้ายยังล้มเหลว ไม่มีความชัดเจน ไม่มีคำตอบให้กับพรรคฝ่ายค้าน ส่งผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน รวมถึงกระต่อการพัฒนาการเกษตรผลอดภัย ทำให้สินค้าการเกษตรบางชนิดไม่มีคุณภาพ ที่จะสามารถส่งออกขายสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกรได้ ทั้งนี้ตนมองว่า การบริหารงานของรัฐบาบยังล้มเหลวหลายด้าน ขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยังจะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ขับเคลื่อนสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนไปยังรัฐบาลให้ได้รับการแก้ไขจริงจัง และจะเน้นย้ำให้รัฐบาลบริหารงาน รวมถึงช่วยเหลือประชาชนที่เกิดประโยชน์ในระยะยาว เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่า รัฐบาลพยายามช่วยเหลือประชาชนแบบให้ฟรี แจกฟรี แต่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่ได้รับ แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่บริหารงานแบบให้แล้วต้องเกิดประโยชน์ โดยจะต้องเกิดประโยชน์แก่ประชาชนรากหญ้า ไม่ใช่เกิดประโยชน์ต่อนายทุน
ด.ต.พิทักษ์ ต่อยอด นายก อบต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาแหล่งน้ำตน และคณะผู้บริหาร ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบัน ชาวบ้านหลายพื้นที่เดือดร้อน โดย อบต.บ้านผึ้ง ได้ขับเคลื่อนการตั้งธนาคารน้ำใต้ดิน มาด้วยความเข้มแข็งของชุมชน และผู้บริหาร จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ยืนยันว่า สามาถสำรวจพิสูจน์ได้หลัง ดำเนินการมา 4-5 ปี ในช่วง ฤดุแล้งปริมาณน้ำใต้ดิน น้ำในแหล่งน้ำมีเพิ่มขึ้น และน้ำในพื้นที่ไม่ขาดแคลน เพราะการตั้งธนาคารน้ำใต้ดิน ทำจากทฤษฎีการผลักดันน้ำลงดิน และมีหลายที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ มาถึงวันนี้สิ่งสำคัญที่ตนอยากสะท้อนปัญหาคือ รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ มองข้าม ไม่ให้ความสำคัญ ในการสนับสนุนงบประมาณ แต่ไปดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบอื่น ที่ตนมองว่าไม่ยั่งยืน และใช้งบประมาณสิ้นเปลือง ทั้งที่ธนาคารน้ำใต้ดิน ใช้งบน้อยคุ้มค่ากับงบประมาณ ต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลมหาศาล อย่างไรก็ตามฝากไปยังรัฐบาลให้มาดูแลสนับสนุน หากดำเนินการได้ทั่วประเทศมั่นใจว่า ปัญหาแล้ง หรือน้ำท่วมจะหมดไป ที่สำคัญ อบต.บ้านผึ้ง พร้อมที่จะเป็นต้นแบบ เป็นพี่เลี้ยงสำหรับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจ เชื่อมั่นว่า เป็นโครงการที่ให้ประโยชน์มหาศาล ตัดปัญหาขาดน้ำ และน้ำท่วม