รองผู้ว่าฯตรัง พร้อมคณะกรรมการลงพื้นที่เกาะลิบง ตรวจสอบโครงการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว งบกว่า 13ล้าน

ภูมิภาค4 ก.ค. 2562 • 16:47 น.
รองผู้ว่าฯตรัง พร้อมคณะกรรมการลงพื้นที่เกาะลิบง ตรวจสอบโครงการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว งบกว่า 13ล้าน
รองผู้ว่าฯตรัง พร้อมคณะกรรมการลงพื้นที่เกาะลิบง ตรวจสอบโครงการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว งบประมาณกว่า 13ล้าน หลังผู้รับจ้างหมดน้ำยาทิ้งงานมานานกว่า 3ปี เปลี่ยน 2 สัญญา ผู้รับจ้างแจงยืนยันทำงานต่ออีก 6 เดือนก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นางณิทฐา แสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายศุภศักดิ์ ศรีหมาน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง นายประเสริฐ เลิศเดชานนท์ วิศวกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรัง ว่าที่ ร.อ.ปิยะเกียรติ ลิ้มประยูรวงศ์ คลังจังหวัดตรัง พร้อมคณะกรรมการเดินทางมายังท่าเรือบ้านพร้าว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เพื่อติดตามตรวจสอบดูแลความคืบหน้าโครงการการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว หมู่ 1 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่ประสบปัญหายังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จทั้งที่โครงการดังกล่าวมีการประมูลว่าจ้างการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 มาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถก่อสร้างท่าเทียบเรือแล้วเสร็จ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเกาะลิบง รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องอาศัยท่าเทียบเรือดังกล่าวใช้ในการสัญจรไปมา นายประเสริฐ กล่าว่า โครงการการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว หมู่ 1 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ใช้งบพัฒนาจังหวัดตรัง จำนวน 13,221,000บาท สัญญา 1 เริ่มวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 สิ้นสุด 22 ธันวาคม 2558 โดยผู้รับจ้างหจก.พรภัทร การโยธา ประมูลไปจำนวน 11,940,000บาท สัญญารวม 13 งวด แต่ก่อสร้าไม่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ เบิกเงินไปจำนวน 3,583,746บาท คงเหลือ 8,106,196 บาท ทางคณะกรรมการจึง บอกเลิกสัญญา และทำสัญญาที่ 2 กับ หจก.เขมพิภู งบประมาณ8,100,000บาท วงเงินสัญญา7,870,000บาท เริ่มสัญญา 29 กันยายน 2560 สิ้นสุดสัญญา 5 กรกฎาคม 2561 จำนวน 14 งวดงาน กระทั่งสิ้นสุดสัญญาก็ไม่สามารถก่อสร้างแล้วเสร้จ จึงปรับผู้รับจ้างวันละ 7,870บาท ผลงานก่อสร้าง ดำเนินการแล้วเสร็จคิดเป็น 30% เบิกจ่าย 1,684,180 บาท คิดเป็น 23% คงเหลือเงิน 6,185,820 บาท นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า สำหรับงานในสัญญาที่ 2 ประกอบด้วย งานตอกเสาเข็ม จำนวน 62 ต้น,ก่อสร้างอาคารท่าเทียบเรือ ประกอบด้วย หล่อคอนกรีตครอบหัวเสาเข็ม,คานรัดเสาเข็มล่าง,คานรับพื้นที่เรือ วางแผ่นพื้นสำเร็จรูป หล่อคอนกรีตราวตก คสล. ติดตั้งยากันกระแทกเรือ ติดตั้งราวบันไดและราวจับทางลาดผู้พิการ ติดตั้งระบบไฟฟ้า,ถังดับเพลิงชนิดมือถือืปรับปรุงอาคารท่าเทียบเรือเดิม ประกอบด้วย รื้อถอนหลังคาศาลาเดิม,ติดตั้งโครงสร้างหลังคาใหม่ มุงกระเบื้องหลังคาใหม่ ติดตั้งป้ายชื่ออาคารและสื่อสัญลักษณ์ ซ่อมแซมรากฐานท่าเรือเดิม “สภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น มาจากหลายสาเหตุคือ น้ำขึ้นน้ำลงมีความยุ่งยากในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างขาดการวางแผนทำงานที่ดี ขาดความตั้งใจในการทำงานและขาดบุคคลากรในการทำงาน มีปัญหาการตอกเสาเข็มเยื้องศุนย์ ต้องออกแบบโครงสร้างคาน จุดต่อของเสาเข็มและคานรัดเสาเข็ม พร้อมคิดราคางานเพิ่ม-ลด เพื่อประกอบในการแก้ไขสัญญาจ้าง ซึ่งผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการและใช้เวลาค่อนข้างนาน จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์2562 ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ โดยแผนการดำเนินการก่อสร้าง ผู้รับจ้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในระยะเวลา 6 เดือน” นายประเสร็จ กล่าว ขณะที่ นางณิทฐา ตนรับผิดชอบดูแลแผนงานโครงการ เวลาติดตามงบจะมีการดูว่าโครงการดำเนินการไปอย่างไรมีปัญหาหรือไม่ โดยตนและคณะกรรมการรับผิดชอบโครงการจะลงในพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่โครงการการก่อสร้างและปรับปรุงท่าเรือบ้านพร้าว หมู่ 1 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเกาะลิบง เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวอย่างต่อเนือง ซึ่งท่าเทียบเรือเก่าชำรุดทรุดโทรม จำเป็นต้องก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้พ่อแม่พี่น้องชาวเกาะลิบงที่ใช้เดินทางข้ามฝากเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจให้มีการเร่งรัดก่อสร้างปรับปรุงท่าเทียบเรือดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ตนจึงมาติดตามดูความคืบหน้าการก่อสร้าง ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ดูสภาพปัญหาเพื่อจะได้แก้ไขปัญหา “สำหรับงานที่เหลือและก่อสร้างไม่แล้วเสร็จทางวิศวกรับผิดชอบจะได้ลงมาดูแลตรวจสอบและให้ผู้รับจ้างซึ่งยืนยันว่าจะทำงานต่อนั้น ดำเนินการต่อไป ส่วนระยะเวลาการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เบื้องต้นผู้รับจ้างรับปากว่าจะใช้ระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งทางจังหวัดเองก็ได้เชิญผู้รับจ้างมาพูดคุยว่ายืนยันจะดำเนินการต่อ ซึ่งทางจังหวัดอยากเห็นความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือแห่งนี้ ถ้าจะยกเลิกสัญญา จะต้องผ่านการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ส่งผลให้ระยะเวลาเนิ่นนานออกไปอีก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการให้โครงการก่อสร้างดำเนินการได้ต่อไป” นางณิทฐา กล่าว