สมาชิกเฟสบุ๊คร้องมูลนิธิปวีณา หลานขายวัย4ขวบถูกตาทำร้าย
จากกรณีผู้ใช้ชื่อใน Facebook ว่า “อ้วน ไฮเลนเดอร์” ได้โพสต์เรื่องราวร้องเรียนไปยังมูลนิธิปวีณา หงสกุล เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ผ่านมา โดยเขียนข้อความว่า “ผมขอร้องเรียนศูนย์ปวีณา เด็กถูกตีแบบไม่ธรรมดาที่บ้านโนนโพธิ์ศรี อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ โปรดช่วยแขร์ให้ถึงท่านปวีณาด้วยครับ”
โดยผู้โพสต์ได้นำภาพของเด็กชาย” แดง” นามสมมติ วัยเพียง 4 ขวบ ที่มีข้อความอยู่ด้านบนศีรษะเด็กชายนำมาประกอบว่า “ช่วยผมแหน่ครับ ผมตกเตียงครับ” ซึงมีรอยฟกช้ำที่หน้าผากและขอบตาทั้ง 2 ข้างเขียวคล้ำคล้ายถูกทำร้ายมา จากนั้นก็มีผู้เข้ามาคอมเม้นต์ตามมามากมายบ้างก็ต่อว่าผู้เป็นตาใจร้ายไม่รักหลาน ทำร้ายได้ลงคอทำให้หลานชายบาดเจ็บ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นายนิคม สิงห์แก้ว ปลัด อบต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย เจ้าของพื้นที่ทราบว่าหมู่บ้านดังกล่าวเป็นของหมู่ 10 บ้านโนนโพธิ์ศรี มีนายคำบอน เว้นบาป เป็นผู้ใหญ่บ้าน และได้โทรศัพท์สอบถามกับผู้ใหญ่คำบอน แจ้งว่า นายสำรอง จิตนาม อายุ 54 ปีมีพฤติการณ์ติดสุรา เวลาเมามักจะทำร้ายคนในครอบครัว ลูกๆ ก็ไม่อยากอยู่ใกล้ ส่วนภรรยาคือ นางไพวัลย์ พลประจักษ์ อายุ 54 ปีก็ถูกทำร้ายวิ่งหนีออกจากบ้านเป็นประจำ ไปพูดคุยให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้ตกปากรับคำแล้วก็ยังกระทำอีก ซึ่งมีคืนหนึ่งประมาณตี 2 ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เสียงดังจ้า เพราะบ้านตนเองอยู่ห่างจากบ้านนายสำรอง ประมาณ 70 เมตร พอตกตอนเช้ามาเห็นเด็กชายแดงหลานชายหน้าตาปูดบวม จากนั้นได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬลงพื้นที่รับเด็กชายแดงมาดูแล
เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ก.พ.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางทางไปพบ น.ส.ปฐมาพันธ์ หันจางสิทธิ์ นักสังคมสงเคราะห์ และน.ส.สุพัตรา อารีรมย์ นักจิตรวิทยา เล่าว่าหลังทราบเรื่อง นางลัดดาวัลย์ ไชยสงค์ รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดบึงกาฬ น.ส.วนิดา วิเศษศิลป์ นักพัฒนาสังคม ลงพื้นที่พร้อมด้วย นายนิคม สิงห์แก้ว ปลัด อบต.หนองพันทาและพ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา ผกก.สภ.โซ่พิสัย จากการสอบถามและประเมินเบื้องต้นพอสรุปได้ว่าหากให้เด็กชายแดงซึ่งมีหน้าตาปูดบวมขึ้นมากกว่าวันที่ผู้โพสต์ขึ้นเฟสบุ๊ค เห็นว่ามีความเสียงต่อเด็กอาจถูกทำร้ายมากกว่านี้จึงได้นำเด็กชายแดงมาดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ ตามแผนช่วยเหลือระยะสั้น ซึ่งพบว่าเด็กทานข้าวไม่ได้ อาเจียน ซึงอาจเกิดจากอาการช้ำใน จึงพาเด็กไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียดที่ รพ.บึงกาฬ เพื่อรักษาอาการปูดบวม
น.ส.ปฐมาพันธ์ กล่าวต่อไปว่า หากสุขภาพเด็กชายแดงดีขึ้น และจะต้องประเมินผู้ปกครองกับครอบครัวและชุมชนว่ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น คือไม่ทำร้ายคนในครอบครัวก็จะยินดีนำเด็กชายแดงกลับไปอยู่กับครอบครัวผู้ปกครองต่อไปได้ แต่หากยังมีความเสียงจะต้องส่งเด็กต่อไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพ่อและแม่แยกทางกันจึงต้องอาศัยอยู่กับตายายเป็นคนเลี้ยงดู ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าจากการพูดคุยกับเด็กชายแดง ซึ่งเป็นคนร่าเริงและซุกซนตามประสาเด็กกำลังเล่นกับเพื่อนๆ ที่ทางบ้านพักเด็กนำมาดูแลอยู่ 4-5 คนบอกเพียงว่าคิดถึงพ่อแม่หมายถึงตาและยายที่เลี้ยงมาแต่เล็กๆ ซึ่งต้องรอผลประเมินต่อไปว่าจะได้กลับไปอยู่ที่เดิมหรือไม่อย่างไร.
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ