ผู้ใหญ่บ้านหญิงปฏิเสธควงสามี เอี่ยวขับเก๋งนำขบวนเคลียร์เส้นทางพา 159 แรงงานพม่าเถื่อน ส่งโรงงานมหาชัย

ภูมิภาค18 ก.พ. 2565 • 18:14 น.
ผู้ใหญ่บ้านหญิงปฏิเสธควงสามี เอี่ยวขับเก๋งนำขบวนเคลียร์เส้นทางพา 159 แรงงานพม่าเถื่อน ส่งโรงงานมหาชัย
กรณี กก.ตชด. ที่ 14 ค่ายพระกุฎเกล้า ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาร์หลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ที่หมู่บ้านหุบผึ้ง หมู่ 5 ต.ห้วยทราย ผู้ต้องหา 159 คน จับกุมที่ถนนทุ่งเคล็ด-ด่านสิงขร หมู่ 6 บ้านทุ่งเคล็ด ต.เกาะหลัก จำนวน 23 คน ที่หมู่ 9 บ้าน กม.12 ต.อ่าวน้อย จำนวน 19 คน จับชาวเมียนมาร์ 77 คน ที่หมู่ 9 บ้านมะขามโพรง ต.เกาะหลัก รวมชาวเมียนมาร์ลักลอบเข้าเมืองทั้งหมด 278 ราย พร้อมยึดรถกระบะด้านหลังเป็นตู้ทึบ 5 คัน รถเก๋ง 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ความคืบหน้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ภายหลังมีเบาะแสมีผู้ใหญ่บ้าน ใน ต.เกาะหลัก และสามี อยู่ในขบวนการขนแรงงานเถื่อนในวันดังกล่าว โดยมีพฤติกรรมขับรถเก๋งนำหน้าเพื่อเคลียร์เส้นทาง มีการใช้สติกเกอร์ติดหน้ารถเป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์นั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมาได้สอบข้อเท็จจริงจากผู้นำท้องที่ใน ต.คลองวาฬ ซึ่งร่วมจับกุมทุกรายได้ให้การตามหลักฐานที่ปรากฎเป็นประโยชน์กับการพิจารณาในการดำเนินตามขั้นตอน ขณะที่ผู้ใหญ่บ้าน ต.เกาะหลัก ที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ ล่าสุดได้เดินทางไปให้ปากคำกับกรรมการสอบข้อเท็จจริงระดับอำเภอ ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว แต่มีบุคคลอื่นนำรถเก๋งไปใช้ในวันเกิดเหตุ หลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลเสนอให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป รวมทั้งติดตามความคืบหน้าจากการออกหมายจับของพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกคำสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแรงงานเถื่อนทุกรายให้การยืนยันบุคคลผู้ใช้รถเก๋งในคืนเกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด รวบรวมหลักฐานจากการใช้โทรศัพท์มือถือ พร้อมเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภายในรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า มีสติกเกอร์เคลียร์เส้นทางที่กระจกรถด้านหน้า ใช้ภาพเหยี่ยว ภาพเสือ หมายเลข 391 เป็นรถวิ่งนำทางเป็นหัวขบวน และเคลียร์ด่านรายทาง ภายในรถพบกระเป๋าถือเบรนด์เนมยี่ห้อหลุยย์ วิตตอง หมวกแก็ปสีน้ำเงินติดโลโก้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระบองไฟที่ใช้ตั้งด่านตรวจ บัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีรูปถ่าย เครื่องครัวสำหรับประกอบอาหารและสัมภาระอื่นๆ โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ออกหมายจับ นายเรวัฒน์ สุขหอม สาธารณสุขอำเภอเมืองประจวบฯ กล่าวว่า ผลการตรวจหาเชื้อโควิด 19 แบบ RT-PCR พบแรงงานเถื่อนติดเชื้อจำนวน 59 ราย ขณะนี้โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อยู่ระหว่างการจัดหาสถานที่โรงพยาบาลสนามเพื่อทำการรักษา และคาดว่าการตรวจซ้ำในครั้งต่อไปจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ส่วนงบประมาณในการตรวจหาเชื้อกว่า 5 แสนบาทก็จะเบิกจ่ายจากงบของทางราชการ จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการติดตามผลการสอบสวนนางวินนีลิ ชาวเมียนมาร์ อายุ 31 ปี ชาวเมียนมาร์ เป็นผู้ต้องหา ที่รับจ้างจากนายหน้าคนไทยให้มารับแรงงานเถื่อนที่ด่านสิงขร ได้รับค่าจ้าง 2,000 บาทต่อคน ไปส่งที่ จ.สมุทรสาคร โดยยืนยันว่ามีการจ่ายส่วยรายทางให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยนำสติ๊กเกอร์ รูปเหยี่ยวและรูปเสือ ติดไว้ที่หน้ากระจกรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในเส้นทางผ่านจะไม่จับกุม กรณีนี้ขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายความมั่นคง ให้ความสนใจเร่งสอบข้อเท็จจริงขยายผลถึงขบวนการค้าแรงงานเถื่อน อย่าให้เป็นมวยล้มต้มคนดูเหมือนที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่ายังมีบุคคลอื่น ร่วมขบวนการมากกว่าผู้นำท้องที่เพียงรายเดียว +++++++++++++++