ด่านเบตงคุมเข้มมาตรการโควิท19 หลังพบการระบาดรอบสองในพื้นที่มาเลเซีย
เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการระบาดของโรคโควิท 19 รอบสองในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย ทางจังหวัดยะลาซึ่งได้วางมาตรการเข้มงวดของด่านเบตง เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ที่มีการระบาดของโรคโควิท 19 การผ่านเข้าออกระหว่างประเทศ จะกำหนดไว้เฉพาะคนที่มีสัญชาติไทย ที่ผ่านการรับรองของกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น สามารถเดินทางเข้ามาได้วันละไม่เกิน 50 คน และต้องผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ และเข้าสถานที่กักกันที่ทางจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีการเน้นย้ำมาตรการนี้อย่างเข้มงวด และปัจจุบันการข้ามแดนที่บริเวณด่านเบตง ก็ไม่พบปัญหาอะไร
“อีกส่วนหนึ่งที่สามารถผ่านเข้ามาได้ก็คือรถขนส่งสินค้า นั่นก็คือรถแต่ละคันจะเข้ามาได้เฉพาะคนขับ และเด็กประจำรถรวม 2 คนเท่านั้น เข้ามาแล้วต้องออกไปภายในวันนั้น และสามารถอยู่ในเขตแดนไทยได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องขนถ่ายสินค้าเฉพาะในพื้นที่ที่จัดเตรียมเอาไว้เท่านั้น และไม่สามารถเดินทางออกจากบริเวณนั้นได้ สำหรับประชาชนในจังหวัดยะลา ก็จะมีการบังคับใช้กฎหมายเป็นครั้งคราวในการให้ประชาชนปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ กฎเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข คือการใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การรักษาความสะอาดล้างมือ ” ผวจ.ยะลา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่บริเวณด่านชายแดนเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของประเทศไทย กับรัฐเคด้าห์ ประเทศมาเลเซีย ได้เพิ่มมาตรการคุมเข้มผู้ที่จะผ่านเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าข้ามแดน ที่มีมาตรการคุมเข้มเป็นพิเศษ หลังจากพบว่าในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย มีการระบาดของโควิท 19 รอบสอง และมีผู้ติดเชื้อสูงกว่าวันละ 1 พันคน