ผู้เลี้ยงกุ้งกระอักน้ำป่าทะลักท่วมคันบ่อ 30 นาทีเสียหายทันที 5 ล้าน
วันที่ 14 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า น้ำป่าได้ไหลหลากและทะลักเข้าไปในบ่อเลี้ยงกุ้ง เอ็นเอสดับเบิลยูฟาร์ม 4 ในท้องที่ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล นครศรีธรรมราช โดยที่ผู้เลี้ยงกุ้งไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทับปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลทะลักเข้าท่วมบ่อเลี้ยงกุ้งรวม 6 บ่อซึ่งอยู่เชื่อมต่อกันทันที โดยมีบ่อที่เตรียมจะจับขายในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามูลค่าเกือบ 2 ล้านบาทอยู่ในจำนวนบ่อที่ได้รับความเสียหายด้วย แม้พยายามจะนำตาขายมาติดตั้งป้องกันรอบบ่อแต่ไม่ทันการ น้ำได้หลากเข้าท่วมประมาณ 2 ชม.จากนั้นได้ลดระดับลง
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังฟาร์มกุ้งดังกล่าว เพียงไม่ถึงชั่วโมงหลังจากระดับน้ำสูงสุดที่เข้าท่วมบ่อกุ้งได้กลับ้เข้าสู่ระดับปกติแต่ปริมาณน้ำจืดมหาศาลที่เข้ามาเจือปนน้ำเค็มที่ใช้ในการเลี้ยงทำให้มีความเสียหายกับกุ้งที่ยังเหลืออยู่ในบ่อ โดยที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถกู้สถานการณ์ให้ผ่านพ้นวิกฤติได้หรือไม่
สำหรับฟาร์มนี้ผู้บริหารคือนายทรงวุฒิ พัฒแก้ว หรืออาจารย์หนู อดีตนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ซึ่งผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจเพาะเลี้ยงลูกกุ้งละเลี้ยงกุ้งส่งจำหน่ายครบวงจรระบุว่าน้ำได้หลากเร็วมากเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่นี่มาก่อน น้ำทะลักเข้ามาในบ่อแรกเป็นบ่อเพิ่งลงทุนได้ไม่กี่วันเป็นลูกกุ้งราคาไม่แสนบาทเศษ บ่อนี้เสียหายสิ้นเชิง ส่วนบ่อถักไปที่น้ำทะลักเข้าไปในนั้นมีอายุแตกต่างกันจนถึงเวลาจับกุงมีมูลค่ารวมกันราว 5 ล้านบาท พยายามกู้สถานการณ์ป้องกันพื้นที่สุดฤทธิ์ซึ่งหลังจากน้ำลดต้องดูว่าจะดึงทุนกลับคืนมาได้บ้างหรือไม่ พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเติมอ็อกซิเจนให้มากที่สุดบางบ่อไม่สามารถเปิดเครื่องตีน้ำได้จากต้องระวังชั้นน้ำเต็มและน้ำจืดไม่ให้รวมตัวกัน หลังจากน้ำลดต้องประเมินอีกครั้ง
ส่วนบริเวณพื้นตำบลเสาเภาในขระนี้กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำป่าหลากมาจากเทือกเขาหลวงชั้นในผ่านลุ่มน้ำคลองท่าทน คลองท่าเชี่ยว ตำบลเสาเภาเป็นพื้นที่ท้ายน้ำก่อนที่จะระบายลงสู่อ่าวไทยซึ่งอยู่ประชิดพื้นที่