ตร.บุรีรัมย์รุดตรวจสอบจุดเกิดเหตุและแกะรอยวงจรปิด พบรถต้องสงสัยชนยายขายข้าวต้มมัดแล้ว
ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานจุดเกิดเหตุ พร้อมแกะรอยภาพวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมรถชนยายขายข้าวต้มมัดแล้วหนี ล่าสุดพบรถต้องสงสัยแล้วลักษณะคล้ายกระบะแช่แข็งบรรทุกอาหารสด ขณะแพทย์อนุญาตให้ยายกลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว ชาวโซเชียลและผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยค่าซ่อมรถและขนมที่เสียหาย
วันนี้(22 พ.ค.62) ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า "Tulatorn Nachai" ได้โพสต์ภาพหญิงสูงอายุถูกรถชนได้รับบาดเจ็บ ข้าวของกระจายเกลื่อนถนน บนถนนสายระกา – กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนรถคันที่ชนได้หลบหนีโดยไม่จอดรถลงมาดูหรือช่วยเหลือ
ล่าสุด พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุก็พบชิ้นส่วนพลาสติกสีขาวที่มีตัวหนังสือคำว่า “ซีฟู๊ด” ตกอยู่จุดเกิดเหตุแต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของรถคันไหน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์ พร้อมทั้งได้ตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และตามเส้นทางที่คาดว่ารถคู่กรณีขับผ่าน เพื่อเป็นหลักฐานในการแกะรอยติดตามตัวรถที่ขับชนยายดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่บริเวณสหกรณ์การเกษตรกระสัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร พบรถกระบะลักษณะคล้ายรถแช่แข็งสำหรับบรรทุกอาหารสด ขับผ่านช่วงใกล้เวลาเกิดเหตุ ซึ่งลักษณะสอดคล้องกับที่ผู้เสียหายให้ข้อมูล ซึ่งคาดว่าจะสามารถติดตามรถคันดังกล่าวมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้
ขณะที่นางพรวน งาตา อายุ 60 ปี ยายผู้เสียหายที่ถูกรถชนแล้วหนี ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกระสัง อาการดีขึ้น และล่าสุดช่วงเที่ยงที่ผ่านมาแพทย์ได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว โดยยายพรวน เล่าว่า วันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นด้านหลังบรรทุกข้าวต้มมัด เผือก และมันไปตามถนนเพื่อจะไปขายที่ตลาด ซึ่งจุดเกิดเหตุก็เป็นถนนสี่เลนและมีไฟส่องสว่างตลอดทาง ตนเองก็พยายามขับชิดซ้ายแต่รถคู่กรณีก็ยังมาชนจนได้รับบาดเจ็บ แล้วก็หลบหนีไปโดยไม่ลงมาดูหรือถามไถ่อะไรเลย ก็อยากจะให้รถคันที่ชนออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะต้องพักรักษาตัวอีกกกี่วันจึงจะไปขายของได้ตามปกติ
ขณะที่นางอัมรา เกือกรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านหว้าเหนือ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกหดหู่ใจ และอยากฝากถึงรถคันที่ชนยาย หากยังมีจิตสำนึกก็ให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบดูแลค่าเสียหายยายด้วย เพราะยายก็แก่แล้วและอาศัยอยู่กับตาเพียง 2 คน ส่วนลูกๆ ก็ไปทำงานต่างจังหวัด ก็อยากให้เห็นใจหากเป็นญาติหรือคนในครอบครัวตัวเองที่เจอเหตุการณ์แบบนี้จะรู้สึกยังไง
ขณะที่ชาวโซเชียล และผู้ใจบุญ ก็ได้ติดต่อบริจาคเงินช่วยเหลือยายผู้เสียหาย เพื่อเป็นค่าซ่อมรถ และค่าขนมที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มียอดบริจาคช่วยเหลือแล้วกว่า 50,000 บาท ซึ่งยาย ก็ฝากขอบคุณทุกความช่วยเหลือ และขอปิดรับบริจาคเพราะเงินจำนวนดังกล่าวก็เพียงพอที่จะรักษาตัวและซ่อมรถแล้ว