พิธีศพยุวชนทหาร1ใน6คนสุดท้าย สมัยสงครามโลกครั้งที่2ของนครศรีฯ
กองทัพภาคที่ 4 เทิดเกียรติพิธีศพยุวชนทหารเสียชีวิตในวัย 99 ปี เป็นทหารผ่านศึกสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 พบเหลือยุวชนทหารรุ่นเดียวกันอีกเพียง 5 คนเท่านั้นมีอายุกว่า 100 ปีทุกราย
ที่วัดบุญนารอบ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกองทัพภาคที่ 4 และกองเกียรติยศในชุดเครื่องแบบทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมด้วยครอบครอบครัวและญาตมิตร ได้เข้าประกอบพิธีเทิดเกียรติยุวชนทหาร จินต์ อิศรพันธุ์ ในพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมลงในวัย 99 ปีอย่างสมเกียรติตามรูกแบบกองเกียรติยศครั้งทหารสมัยสงครารมโลกครั้งที่ 2 หรือที่เรียกอีกอย่างว่าสงครามมหาเอเซียบูรพา
สำหรับเกียรติประวัติของยุวชนทหารจินต์ อิศรพันธ์ นั้นครั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2484 กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนครสมาคม ได้เข้าเป็นยุวชนทหารสังกัดกองร้อยที่ 1 หน่วยยุวชนทหารที่ 55 จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี ร้อยเอก สะอาด ขมะสุนทร เป็นผู้บังคับหน่วยฝึกยุวชนทหารที่ 55 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2484 เป็นวันซ้อมสวนสนาม เพื่อฉลองวันรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 ธันวาคม พุทธศักราช 2484 ณ สนามหน้าเมือง แต่ในวันเดียวกันกองกำลังทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บริเวณบ้านท่าแพ ตำบลปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของค่ายวชิราวุธ โดยได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ยุวชนทหารสังกัดกองร้อยที่ 1 และกองร้อยที่ 2 ให้ไปรับปืนเล็กยาว 66 ที่สถานีตำรวจเมืองนครศรีธรรมราช โดยครูฝึกได้คัดเลือกเฉพาะนักเรียนที่ตัวโตๆไปรับปืนก่อน เนื่องจากปืนเล็กยาวมีเพียง 40 กระบอก
ยุวชนทหาร จินต์ อิศรพันธุ์ เป็นคนรูปร่างเล็ก ครูฝึกจึงมอบหมายให้ ยุวชนทหาร จินต์ อิศรพันธุ์ ทำหน้าที่ขนย้ายกระสุนปืนส่งกำลังบำรุงให้กับกองพันทหารราบที่ 39 โดยมี พันโทหลวงประหารริปูราบ เป็นผู้บังคับกองพัน หลังจากที่รัฐบาลไทยยินยอมให้กองกำลังทหารญี่ปุ่นเคลื่อนทัพผ่านประเทศไทย และมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้กองกำลังทหารไทยยุติการรบ ยุวชนทหาร จินต์ อิศรพันธุ์ ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ไปช่วยขนของต่างๆ ของทหารเข้าตัวเมือง และช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ทั้งช่วยเก็บศพทหารที่เสียชีวิตด้วยต่อมา ยุวชนทหาร จินต์ อิศรพันธุ์ ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ (เอเชียบูรพา) อย่างสมเกียรติโดยได้ประกอบอาชีพดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายจนถึงอายุ 99 ปี ได้ถึงแก่กรรมลง ปัจจุบันมียุวชนทหาร และทหารรุ่นราวคราวเดียวกันที่ผ่านสมรภูมิที่บ้านท่าแพ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีชีวิตเหลืออยู่เพียง 5 รายเท่านั้น แต่ละรายมีอายุเกินกว่า 100 ปีแล้วทั้งหมดซึ่งต่างอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี