ศาลอาญาทุจริตฯภาค 7ไม่ให้ประกันตัว 2 แม่ลูก คดีโกงงบ 40 ล้าน สำนักงานจังหวัดประจวบฯ

ภูมิภาค23 ก.ค. 2563 • 11:22 น.
ศาลอาญาทุจริตฯภาค 7ไม่ให้ประกันตัว 2 แม่ลูก คดีโกงงบ 40 ล้าน สำนักงานจังหวัดประจวบฯ
จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บุตรสาว อดีตกำนัน ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการกว่า 40 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และ พบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็ครวม 165 ครั้ง ความคืบหน้าวันที่ 23 กรกฎาคม ร.ต.อ.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกัลยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ควบคุมตัวนางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/21 หมู่ 8 ต.คลองวาฬ อ.เมือง พร้อมด้วย น.ส.ขนิษฐา พนักงานราชการ บุตรสาว ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันจากเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม เพื่ออำนาจฝากขัง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว หลังจากศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ออกหมายจับนางสายพิณเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 157 ต่อมาศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ขณะที่ น.ส.ขนิษฐา ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 และไม่ให้ประกันตัวตั้งแต่การฝากขังผัดแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 มีรายงานว่า ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7ไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งฝากขังนางสายพิณผัดแรก ที่เรือนกลาง จ.สมุทรสงคราม ขณะที่ น.ส.ขนิษฐา ฝากขังผัดที่ 4 ร.ต.อ.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกัลยา พนักงานสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้ได้อายัดบัญชีเงินฝากของมารดาผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปรวม 9 ราย หลังตรวจสอบพบพิรุธจากการโอนเงินที่ได้จากการทุจริต และมีความเชื่อมโยงกับการโอนเงินบางส่วนผ่านเวปพนันออนไลน์ ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานจังหวัดทุกราย ที่มีการลงลายมือในเอกสารการเงินหรืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ยังไม่มีการอายัดบัญชีเงินฝากของข้าราชการรายใด สำหรับนางประชิต วงศ์ประภารัตน์ นักวิชาการการเงินและบัญชี ชำนาญการ ภายหลังเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าวความผิดตามมาตรา 157 “ หลังจากนำตัวผู้ต้องหา 2 รายฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯแล้ว จะสอบสวนคดีอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีทุจริต ที่ จ.สมุทรสงคราม แต่ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม “ร.ต.อ.หญิง สุภาภรณ์ กล่าว มีรายงานว่า สำหรับผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับจังหวัด ที่มีปลัดจังหวัดทำหน้าที่ประธานสอบสวน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันจะสรุปได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากที่ผ่านมาตัวแทนภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือผ่านนางแสงประทีป คุณาธิมาพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่สำนักงานจังหวัด ศาลากลางจังหวัดชั้น 2 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 เพื่อขอทราบผลการสอบข้อเท็จจริงปัญหาจากการทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดินของคณะกรรมการทุกชุดในระดับจังหวัดให้ทราบ แต่ศูนย์ดำรงธรรมตอบกลับถึงตัวแทนภาคประชาชนเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 แจ้งเหตุผลว่าผู้ว่าราชการจังหวัดได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว จากการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ล่าสุดตัวแทนสื่อมวลชนระดับจังหวัด จะร่วมกันยื่นหนังสือผ่านหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอีกครั้งเพื่อขอทราบผลการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งขอทราบเส้นทางการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้ง น.ส.ขนิษฐา เข้าทำหน้าที่พนักงานราชการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 มีการเปิดสอบโดยแจ้งให้บุคคลทั่วไปเข้าสอบแข่งขันหรือไม่ เนื่องจากบิดาของผู้ต้องหามีความใกล้ชิดกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รายหนึ่ง และที่ผ่านมาพบว่าที่ผ่านมาปัญหาการสอบข้อเท็จจริงจากการทุจริตหลายครั้งของหน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยไม่เคยนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ และ ไม่เผยแพร่เอกสารเพื่อชี้แจงความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบ และคดีนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าลูกจ้างจะกระทำความผิดยักยอกเงินจำนวนมากเพียงรายเดียว