ตำรวจโคราชรวบสองผัวเมียขนยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด คาด่านตรวจริม ถ.มิตรภาพ
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 2 กันยายน ที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา พล.ต.ท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภาค 3 นครราชสีมา พร้อมพล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภาค 3 ในฐานะหัวหน้างานป้องกันปราบปรามยาเสพติด) พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภาค 3 พล.ต.ต สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธนัตถ์สันต์ เมืองอินทร์ ผกก.สภ.โนนแดง อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา พร้อม พ.ต.ท.เจตน์สฤษฎิ์ คล้ายพลอย รอง ผกก.ป.สภ.โนนแดง และชุดจับกุมแถลงผลการจับกุมนายอาทร ทองแจ้ง อายุ 41 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 105 หมู่ 4 ต.ห้วยสะแก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และนางสาวณิชาภัทร จันทร์โทนอก อายุ 29 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 198 หมู่ 6 ต.ห้วยสะแก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ผู้เป็นภรรยา พร้อมของกลางยาบ้า 7 กระสอบ รวมจำนวน 2,682,000 เม็ด
พล.ต.ท พูลทรัพย์ ผบช.ภาสค 3 เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า สายลับได้แจ้งเบาะแสระบุจะมีการลำเลียงยาบ้าจาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปส่งปลายทาง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จึงได้สั่งการให้หัวหน้าสถานตำรวจที่รับผิดชอบอยู่ตามเส้นทางหลักสนธิกำลังตั้งจุดตรวจ ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธนัตถ์สันต์ ผกก.สภ.โนนแดง ได้ตั้งด่านสกัดที่ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 222 ถ.มิตรภาพ บริเวณหน้าตู้ยามโนนตาเถร หมู่ 9 ต.โนนตาเถร อ.โนนแดง จนกระทั่งเวลา 09.00 น. ของวันที่ 1 กย. ที่ผ่านมา พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมก สีเทา เลขทะเบียน ผจ 9704 ระยอง ตรวจสอบเป็นแผ่นป้ายเลขทะเบียนปลอม ซึ่งรถคันดังกล่าวเลขทะเบียนที่แท้จริง คือ ผข 7338 เพชรบูรณ์ โดยมีชื่อนายอ่อน ทองแจ้ง พ่อของนายอาทร เป็นผู้ครอบครอง รถคันเป้าหมายได้แล่นผ่านจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณแสดงตัวขอเรียกตรวจค้น พบนายอาทร ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่และ น.ส ณิชาภัทร ผู้ต้องหาที่ 2 ผู้เป็นภรรยานั่งโดยสารมาด้วย ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพิรุธไม่ยอมให้ตรวจค้นโดยอ้างไม่สามารถเปิดท้ายกระบะได้และพยายามติดสินบน แต่ชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ใจและแจ้งเหตุความจำเป็นจนผู้ต้องหายอมให้ตรวจค้นและพบของกลางยาบ้าบรรทุกอยู่ท้ายกระบะรถ สอบสวนนายอาทร รับสารภาพอ้างรับค่าจ้าง 6 หมื่นบาท ให้ไปรับยาบ้าที่บริเวณใกล้เคียงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท.พื้นที่ อ.บางพลี ในขณะที่กำลังออกเดินทางไปส่งที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เหลือระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ก็จะถึงปลายทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมก่อน จึงแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ซึ่งแนวทางสืบสวนนายอาทร ผู้ต้องหาเคยต้องโทษเกี่ยวคดียาเสพติดและรู้จักกับนายเสกสรร หรือชัย เผ่าทหาร ในเรือนจำ ซึ่งนายเสกสรรเป็นเครือข่ายที่มีนายทุนเป็นชาว สปป.ลาว มีแหล่งผลิต –ลักลอบลำเลียงขนส่งยาบ้า มาจากตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้านด้านทิศตะวันออก ผ่านเข้ามาทาง จ.เพชรบูรณ์
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและสถานประกอบการทุกแห่ง ช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งผู้เสพและผู้ค้า ผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปราม จับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป