แม่เลี้ยงเดี่ยวเมืองระยองร้องสื่อลูกชายถูกกระบะชนแล้วหนีค่ารักษากว่า 3 แสนแต่คดียังไม่คืบ

ภูมิภาค14 ต.ค. 2566 • 17:45 น.
แม่เลี้ยงเดี่ยวเมืองระยองร้องสื่อลูกชายถูกกระบะชนแล้วหนีค่ารักษากว่า 3 แสนแต่คดียังไม่คืบ

วันที่ 14 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางปติมา อายุ 37 ปี ชาว ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ลูกชายถูกรถกระบะชนแล้วหนีได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียค่ารักษาพยาบาลกว่า 3 แสนบาท ต้องไล่หาหลักฐานกล้องวงจรปิดเองจนเจอรถคันชน พบหน้าคู่กรณีบอกหลบไปตั้งหลัก แจ้งความกับ จนท.ตร.ผ่านมา 1 เดือน คดีไม่คืบหน้า ผู้ก่อเหตุไม่แสดงความรับผิดชอบอ้างไม่มีเงิน 

นางปติมา เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น.ของวันที่ 3 ก.ย.66 ที่ผ่านมา เวลา 03.09 น.นายศิลาชัย  อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ได้ถูกรถกระบะหมายเลขทะเบียน ขข 49 อุดรธานี ทราบชื่อคนขับคือ นายศักดา อายุ 37 ปี ชนรถ จยย.ของลูกชายตนขณะจอดริมถนน เหตุเกิดบนถนนสาย 13 บริเวณหน้าร้านไพจิตรการค้า ระหว่างซอย 12 กับซอย 13 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จนหมดสติถูกกนำส่ง รพ.นิคมพัฒนา ซึ่งคืนเกิดเหตุเพื่อนของลูกชายโทรมาหาตนบอกว่าน้องถูกรถเฉี่ยวชน จึงรีบไปที่ รพ. ตอนนั้นน้องไม่รู้สึกตัว อาการหนักมาก หมอบอกว่าน้องมีเลือดออกในสมอง ต้องส่งตัวไปรักษาต่อ รพ.กรุงเทพ-ระยอง อยู่ห้องไอซียู หมอแจ้งว่าที่น้องยังไม่ได้สติเพราะมีเลือดออกในสมอง น้องนอนไป 2 วัน

หลังจากที่ตนได้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งตนได้ไปไล่หามาเองช่วงเกิดเหตุ เห็นว่าหลังจากที่รถกระบะขับรถชนลูกแล้ว เขาไม่จอดลงมาดูลูกเราเลย ทั้งๆ ที่ลูกเราสลบไม่ได้สติเลยตอนนั้น อยากให้เขาออกมารับผิดชอบบ้าง ตอนนี้ยอดค่ารักษาประมาณ 3 แสนบาท เพราะต้องผ่าตัดกะโหลกด้วย ตนต้องไปหากู้เงินมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลก่อนนำลูกมารักษาตัวต่อที่บ้านเพราะไม่มีเงินแล้ว
    
นางปติมา กล่าวอีกว่า หากวันนั้นไม่มีคนเห็นก็ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไร อยากฝากถึงคู่กรณีว่าให้ออกมารับผิดชอบบ้าง ตอนนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวน้องเยอะมากๆ ส่วนในเรื่องของคดี ทางร้อยเวรเจ้าของคดีบอกว่าให้รวบรวมเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลต่างๆ เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา คู่กรณีได้ให้แฟนติดต่อมาทางแชทเฟซบุ๊กบอกว่าจะเข้ามาเจรจา ตอนนี้สามีเขาตกใจมาก ขอไปตั้งหลักที่ต่างจังหวัดก่อน


    
อยากฝากถึงคู่กรณีว่าขอให้ออกมารับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลของลูกชายตามความเป็นจริง ตนไม่เรียกร้องเกินจริง เพราะตนเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียว หาเช้ากินค่ำ ลูกชายจบ ปวช.มาทำงานได้เพียง 2 เดือน ก็มาเกิดเหตุต้องออกจากงาน ก่อนหน้านี้ก็เคยโทรคุยก็อ้างเหมือนเดิมว่าไม่มีเงิน แถมต่อว่าตนอีกว่าทำไมต้องไปรักษาตัวที่ รพ.เอกชนด้วยมันแพง แล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ปัจจุบันลูกชายกลัมมาพักรักษาตัวที่บ้าน บางวันมีอาการผิดปกติทางสมอง แพทย์ยังต้องให้กินยาตลอด เพราะมีอาการชักเกร็งเป็นระยะๆ