นายอำเภอตะกั่วป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบุกจับแหล่งผลิตอาวุธปืนในการล่าสัตว์ และสารเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภทที่ 5
นายอำเภอตะกั่วป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบุกจับแหล่งผลิตอาวุธปืนในการล่าสัตว์ และสารเสพติดให้โทษประเภท 1และสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา)พร้อมถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าทำหรือผลิตอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.62 ว่าที่ร้อยเอก พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ ชูแสง ปลัดอำเภออาวุโส หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอตะกั่วป่า นายอาทิตย์ เพ็ชร์กุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ตะกั่วป่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นายสุริยัน ไข่แก้ว ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ตะกั่วป่า นายจักรพงศ์ ทองนะ ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรม อ.ตะกั่วป่า นายณัฐวุฒิ ภาโอภาส ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรม อ.ตะกั่วป่า นายกมล ลิ่มสกุล กำนันตำบลบางม่วง และสมาชิก อส.สังกัด กองร้อย อส.อ.ตะกั่วป่า ที่7 จำนวน 10 นาย ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายวาสนา สมบัติดี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/5 ม.8 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมด้วยของกลางอุปกรณ์เครื่องมือการทำอาวุธปืนจำนวน 30 รายการ ปืนยาวอัดลม ยี่ห้อ SHARP APACHE ความยาว 89 ซม. พร้อมกล้องติดปืน จำนวน 1 กระบอก ปืนยาวอัดลม ยี่ห้อ SHARP INNOVA (ชำรุด) จำนวน 1 กระบอก ปืนยาว ขนาดรูปากกระบอกลำกล้อง 2.5 หุน ความยาวลำกล้อง 105 ซม. พร้อมท่ออัดลมความยาว 62 ซม. พร้อมชุดลูกเลื่อนและกระเดื่องไกปืน และกล้องติดปืน จำนวน 1 กระบอก และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด จำนวน 2 รายการพร้อมตัวอย่างปัสสาวะปริมาตรประมาณ 60 มล.บรรจุอยู่ในขวดพลาสติกสีขาวขุ่น พร้อมตลับตรวจ จำนวน 1 ชุด
จากการจับกุมได้ในครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วป่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มบุคคลทำการมั่วสุมเสพยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณบ้านที่เกิดเหตุพื้นที่ ม.2 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบของกลางในการกระทำผิดเป็นอุปกรณ์ผลิตอาวุธปืน วางอยู่ภายนอกบริเวณนอกบ้านที่เกิดเหตุสามารถมองเหตุได้อย่างชัดเจนแต่ไม่พบผู้อาศัยในบ้าน ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ซุ่มสังเกตการณ์บริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งเวลาที่เกิดเหตุผู้ต้องหาได้เดินทางมายังบ้านหลังดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าทำการตรวจค้น ตามอำนาจ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม ยาเสพเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 14(1) เข้าในเคหสถาน หรือสถานที่เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ตามสมควรว่ามีบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้น จะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม โดยทางผู้ต้องหายินยอมและเป็นผู้นำตรวจค้นก่อนเข้าทำการตรวจค้นภายในบ้าน จากการตรวจค้นพบของกลางที่ใช้ในการกระทำผิดกฎหมายอยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุ เป็นอาวุธปืนและอุปกรณ์ในการผลิตอาวุธปืนที่ทำเพื่อใช้ส่วนตัวในการล่าสัตว์ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าสิ่งผิดกฎหมายเป็นของตนเอง ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บจ 7723 ภูเก็ตซึ่งผู้ต้องหาให้การว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของบิดาซึ่งผู้ต้องหาเป็นผู้ใช้ขับขี่เป็นประจำพบของกลางในการกระทำผิดเป็นอุปกรณ์ในการเสพยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวทำการตรวจสารเสพติดเบื้องต้นในปัสสาวะของผู้ต้องหาพบมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และสารเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา ) โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าทำหรือผลิตอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) และยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย จากนั้นจึงได้ทำการจับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุมที่กองร้อย อส.อ.ตะกั่วป่า ที่ 7 และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป