- โฆษณา -

เตือนบ้านริมชายฝั่งทะเลสตูล เกาะติดข่าวสารรวดเร็ว ขณะที่บ้านเหยื่อพายุได้บ้านหลังใหม่

ภูมิภาค4 พ.ย. 2562 • 16:50 น.
เตือนบ้านริมชายฝั่งทะเลสตูล เกาะติดข่าวสารรวดเร็ว ขณะที่บ้านเหยื่อพายุได้บ้านหลังใหม่
ชาวบ้านที่อาศัยริมชายฝั่งทะเลอำเภอ จ.สตูล ยอมรับว่านับเป็นด่านแรกที่เสี่ยงประสบปัญหาพายุลมแรงพัดบ้านเรือนพังเสียหาย แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีภูมิปัญหาในการดูทิศทางลม แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ทำให้ทางจังหวัดต้องเน้นย้ำติดตามการแจ้งเตือนภัย เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน วันที่ 4 พ.ย.2562 ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษย์ธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ,นายอิสม่าแอน หมัดอะด้ำ ประธานกรรมาธิการฝ่ายในประเทศ สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษย์ธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี , ร้อยเอกมนัสวิน กัญจนกาญจน์ ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่ 2 , นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองสตูล พร้อมนายกิตติ หมัดตานี นายกอบต. ตันหยงโป และประชาชนทั่วไปพร้อมภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริจาคทรัพย์สิน และกำลังพลทหาร ร.5 พัน 2 กำลังช่วยก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ด้วยงบประมาณก่อสร้าง 2 แสน 7 หมื่นบาทร่วมกับส่งมอบบ้านหลังใหม่แก่ผู้ประสบวาตภัยทั้งหลัง คือบ้าน นายสนิ ตาหมาด อายุ 78ปี และ นางรุสไซดี ตาหมาด อายุ 77 ปี และลูกๆ ที่ประสบพายุพัดหลังคาบ้านและตัวบ้านเสียหายไปทั้งหลังเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2562 ที่ผ่านมาร่วม 5 เดือนของการก่อสร้างพบอุปสรรคพายุยกหลังคาบ้านไปถึง 2 รอบ เนื่องจากความแรงลมทำทางการต้องปรับเปลี่ยนการก่อสร้าง จนแล้วสำเร็จ นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองสตูล ระบุว่า ในเขตอำเภอเมืองสตูลส่วนใหญ่ชาวบ้านประกอบอาชีพประมงเรือเล็กจะอาศัยอยู่ริมทะเลมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเนื่องจากใกล้แหล่งทำมาหากิน เป็นปัญหา ทำให้ได้รับผลกระทบบ่อยครั้งที่มีลมพายุพัดเข้ามา สิ่งที่ได้เน้นย้ำไปยังผู้นำท้องที่และท้องถิ่นคือการประกาศแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็วเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน ผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นไปได้ยากหากจะให้มีการขยับขยายให้ไปอยู่บนฝั่งห่างจากริมทะเล ด้วยข้อจำกัดพื้นที่และความไม่สะดวกในการทำมาหากิน นายกิตติ หมัดตานี นายกอบต. ตันหยงโป ยอมรับว่า ในรอบปีนี้ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาเกิดลมพายุพัดบ้านเรือนชาวบ้านริมชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า 70 หลังคาเรือนทั้งสองรอบที่เกิดพายุลมแรง สร้างความเสียหายส่วนใหญ่จะเป็นหลังคาสังกะสีและกระเบื้องพัดปลิว เนื่องจากทิศทางลมและกำลังแรงมากน้อยแต่ละครั้งไม่เท่ากัน แต่ด้วยภูมิปัญญาในการสร้างบ้านของชาวบ้านริมทะเล จะมีความรู้ในการหลบหลีกความแรงลมและไม่สร้างบ้านขวางทางลมทำให้ความสูญเสียลดน้อยลง แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปทำให้ยากต่อการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลมพายุ ทางอบต.ตันหยงโป ได้ประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและลดความสูญเสียในทรัพย์ของชาวบ้าน ที่ต้องอาศัยอยู่กับวิถีดั้งเดิมริมทะเลมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งภูมิปัญญาในการสร้างบ้านช่วยลดความสูญเสียและรับมือช่วยได้ในระดับหนึ่ง